บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น เผย กำไรปี 68 โตเกินคาด แตะ 44% พร้อมเดินหน้าเปิดเกมรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่ม High Net Worth เน้นกลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวผ่านธีม “Life Style Privilege” ผสานโลกการลงทุนเข้ากับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม นำร่องมอบสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กลุ่มลูกค้า The Pinnacle Pines ขณะที่ภาพการลงทุนปีนี้ บริษัทแนะนำการลงทุนแบบเน้นลดความผันผวนของพอร์ต พร้อมชูทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ และมองกรอบสูงสุดปีนี้ที่ 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นายพงศกร พูนพิเชฐธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “Secure Your Wealth, Liberate Your Time” ที่มุ่งเน้นการปกป้องความมั่งคั่งเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลาแห่งความสุขได้อย่างเต็มที่ บริษัทฯ จึงเดินหน้าส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าผลกำไรจากการลงทุน โดยในปี 2569 นี้ ได้เปิดตัวแนวคิด ‘Life Style Privilege’ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าคนสำคัญ
ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัทในปี 2025 ที่มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้น 44% จากปีก่อนหน้า ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ และความเชื่อมั่นจากลูกค้าที่มีต่อแนวทางการให้บริการของบริษัท ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนาบริการและเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
เริ่มต้นด้วยการมอบเอกสิทธิ์ระดับโลกสำหรับลูกค้ากลุ่ม The Pinnacle Pines (สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 100 ล้านบาทขึ้นไป) กับสิทธิ์การถือครองบัตรเครดิต American Express® Platinum Card โดยทาง Pine Wealth จะสนับสนุนค่าธรรมเนียมบัตรรายปีคืนกลับให้ลูกค้าในรูปแบบหน่วยลงทุน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มพูนความมั่งคั่งควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ให้เติบโตกว่า 200 รายภายในปีนี้
นอกจากนี้ สำหรับกลุ่ม Canopy Pines (สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 50 ล้านบาทขึ้นไป) และ Sapling Pines (สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 10 ล้านบาทขึ้นไป) ที่มีความหลงใหลในความเร็วและยนตรกรรม บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Target Car Center ผู้นำเข้ารถซูเปอร์คาร์ระดับพรีเมียม มอบส่วนลดพิเศษและสิทธิประโยชน์ด้านการเช่า รวมถึงการบำรุงรักษาแบบครบวงจรสูงสุดถึง 15% พร้อมกิจกรรม Exclusive Workshop ให้ความรู้เจาะลึกเรื่องยนตรกรรมระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และแพชชั่นของลูกค้าอย่างแท้จริง
“เราเชื่อมั่นว่า การบริหารความมั่งคั่งที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการทำให้ลูกค้ามีเวลาและโอกาสในการเสพสุขกับสิ่งที่รักได้อย่างไร้กังวล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบริการจาก ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น” นายพงศกร กล่าวทิ้งท้าย
นายปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนว่า บรรยากาศการลงทุนในไตรมาส 2 เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส1/69 โดยมี “ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์” เป็นตัวแปรหลัก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดการเงินโลกอย่างรวดเร็ว ซึ่งยังให้น้ำหนักในประเด็นความเสี่ยงในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานพลังงานในวงกว้าง
“ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก จากเดิมวงจรดอกเบี้ยเริ่มขาลงและถึงจุดสิ้นสุด แต่ในกรณีนี้ เงินเงินเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและอาจจะทรงตัวระดับสูงเป็นเวลานาน อีกทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Valuation ของตลาดหุ้นอยู่ในระดับแพงโดยมี Upside ที่จำกัดเมื่อเทียบกับช่วงปี 2024 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของดอกเบี้ยนโยบายขาลง เป็นผลให้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตลาดต้องปรับมุมมองและความคาดหวังต่ออัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบายใหม่ โดยคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายอาจไม่ปรับลงภายในปีนี้”นายปิยะทัศน์ กล่าว
ในส่วนของคำแนะนำลงทุน ยังคงคำแนะนำลงทุนในลักษณะลดความผันผวนของพอร์ตภายใต้กลยุทธ์ Inflation Hedge ยกตัวอย่างเช่น การพิจารณาว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคใดได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น หรือตลาดหุ้นใดมีสัดส่วนของหุ้นในอุตสาหกรรมพลังงานอยู่มาก และกลุ่มดังกล่าวถูกปรับประมาณการกำไรขึ้น นั่นหมายความว่าตลาดหุ้นนั้นมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเชิงลบจากราคาพลังงานอย่างจำกัด
อย่างไรก็ดี พอร์ตการลงทุนปีนี้ ควรให้น้ำหนัก “กระจายความเสี่ยง” เป็นหลัก และเลือกกองทุนที่มีการกระจายตัวเหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลา โดยในระยะสั้นผู้ลงทุนควรหลีกเลี่ยงกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบกระจุกตัวสูง ควบคู่ไปกับการมองหาตลาดการลงทุนที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และมี Valuation ที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นในกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา เป็นต้น
นอกจากนี้ สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ยังเป็นเครื่องมือช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ยกตัวอย่างเช่น สินทรัพย์ในกลุ่ม Commodity อย่างทองคำยังเป็นทางเลือกที่มีความเหมาะสม โดยประเมินกรอบเป้าหมายของราคาทองคำในปี 2026 ไว้ที่ 5,500 – 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับราคาทองคำ ณ สิ้นเดือนมีนาคม คิดเป็น Upside ราว +17.8% ถึง +22.1% ตามลำดับ ขณะที่สินทรัพย์การลงทุนกลุ่ม Private Assets ยังคงมุมมองเชิงบวกพิเศษต่อกลุ่ม Private Infrastructure โดยเฉพาะกลุ่ม Utility ซึ่งมีความต้องการใช้งานสูงจากการลงทุน Data Center และ Theme ความมั่นคงด้านพลังงาน