บมจ. สบาย คอนเน็กซ์ เทค ( SBNEXT) ตั้งเป้าผสานพันธมิตรรายใหม่ ควักเงินลงทุน 266ล้านบาท เตรียมเข้าซื้อหุ้นSVT”  อีก 70 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 10% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ในราคาหุ้นละไม่เกิน 3.80 บาท

ฟากซีอีโอ  วรานนท์ คงปฏิมากร ระบุเป้าหมายการลงทุนในครั้งนี้เนื่องจากมองเห็นโอกาสการต่อยอดธุรกิจ Vending Machine จึงปรับนโยบายจากลงทุนระยะสั้น เป็นลงทุนระยะยาวเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น พร้อมเดินหน้าใช้ ecosystem กลุ่ม SABUY ผลักดันอนาคตเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด  

นายวรานนท์ คงปฏิมากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สบาย คอนเน็กซ์ เทค จํากัด(มหาชน) หรือ SBNEXT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จํากัด(มหาชน) หรือ SVT จํานวนไม่เกิน 70 ล้านหุ้นมูลคาหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

หรือ คิดเป็นจํานวน 10% ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงหักหุ้นซื้อคืน (ถ้ามี) ในราคาหุ้นเฉลี่ยไม่เกิน 3.80บาท รวมเป็นเงิน 266 ล้านบาท ผ่านกระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แหงประเทศไทย(SET)

ทั้งนี้ จากการที่บริษัทฯ ได้มีโอกาสในการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ SVT ซึ่งเป็นผู้จําหน่ายสินค้าผ่าน เครื่องจําหน่ายสินค้าอัตโนมัติภายใต้เครื่องหมายการค้าSUNVENDING ” ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นว่าธุรกิจของ SVT สามารถต่อยอดธุรกิจของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า เครื่องดื่ม

ผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Connext โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนใน ยุคปัจจุบัน ตามแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทสบายเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) SABUY ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ขณะเดียวกัน บริษัทฯมีความเห็นว่าควรเปลี่ยนแนวทางจากการลงทุนระยะสั้นตามนโยบายการลงทุนและกรอบ มาเป็นการลงทุนระยะยาว โดยดําเนินการเข้าซื้อหุ้นสามัญของSVT ผ่านการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับจากวันที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติ

ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เข้าซื้อจากการลงทุนระยะสั้นตามนโยบายการลงทุนและกรอบวงเงินลงทุนจํานวน 29.85 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นจํานวน 4.26% ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง

การลงทุนในครั้งนี้ เรามีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจและเพิ่มพันธมิตรที่หลากหลายโดยการลงทุนและ/หรือร่วมลงทุนกับธุรกิจอื่นๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากสามารถผสานพันธมิตรกันได้ในอนาคตก็จะมองเห็นถึงการต่อยอดธุรกิจเวนดิ้งให้ขยายไปได้มากยิ่งขึ้น ภายใต้ecosystem ในกลุ่ม SABUY Group ที่จะช่วยให้การทำธุรกิจด้านตู้เวนดิ้งมีการเติบโตได้มากยิ่งขึ้น

รวมทั้ง ปัจจุบันนี้จากจำนวนตู้เวนดิ้งแมชชีนในประเทศ ยังมีจำนวนไม่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของเราโดยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นที่มีจำนวนตู้เวนดิ้ง กว่าจำนวน 5.6 ล้านตู้ หรือมีสัดส่วนประมาณ 1 ตู้ต่อประชากร 23 คน ในปี 2000 จากข้อมูลของ Japan Vending System Manufacturers Association 

ส่วนปี 2020 ลดลงมาที่ราวกว่า 4 ล้านตู้ ก็จะพบว่า โอกาสการเติบโตยังมีอีกมาก ดังนั้นหากเราสามารถผสานพันธมิตรใช้ประโยชน์จาก power of ecosystem ที่ SABUY Group  มี เราเขื่อว่าการขยายตัวของธุรกิจนี้ยังไปได้อีกมาก และน่าสนใจมากเช่นกันครับ.  นายวรานนท์ กล่าวในที่สุด

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *