ท่ามกลางสภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในช่วงต้นปี 2026 ทั้งจากทิศทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การบริหารพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อโลกการลงทุนเปลี่ยนเร็ว การปล่อยพอร์ตให้นิ่งอาจหมายถึงการค่อย ๆ เบี่ยงออกจากเป้าหมายการลงทุนโดยไม่รู้ตัว
.
ในงานสัมมนาพิเศษ “ปรับพอร์ตไตรมาสใหม่ All Weather Strategy เสริมความแข็งแรงในตลาดที่ไม่แน่นอน” เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา Andrew Stotz นักวิเคราะห์การลงทุนชั้นนำของไทย ได้อัปเดตมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนล่าสุด พร้อมเหตุผลเบื้องหลังการปรับพอร์ต All Weather Strategy สำหรับไตรมาสแรกของปี 2026 เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่าในภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ควรปรับอะไร และเพราะอะไร เพื่อให้พอร์ตการลงทุนยังคงแข็งแรงและเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้ในทุกสภาวะตลาด
.
นับตั้งแต่จัดตั้งในปี 2019 พอร์ต AWS สร้างผลตอบแทนสะสมได้กว่า 95.0% สูงกว่าพอร์ตแบบดั้งเดิมที่มีสัดส่วนหุ้น 60% และตราสารหนี้ 40% (60/40 Portfolio) ถึง 48.4% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.พ. 2569) สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือความผันผวนในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงโดยเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ*
*ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต /
.
ปรับพอร์ตครั้งแรกปี 2026 เสริมความแข็งแรงในตลาดที่ไม่แน่นอน
เพื่อเสริมความแข็งแรงให้พอร์ต AWS ท่ามกลางตลาดที่ไม่แน่นอน ในเดือนมีนาคม 2569 ทีมงาน A. Stotz ได้ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ในพอร์ต AWS โดยมีรายละเอียดดังนี้
● เพิ่มสัดส่วนหุ้นเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่นและจีน จาก 5% เป็น 25%
● เพิ่มสัดส่วนหุ้นลาตินอเมริกาและสินค้าโภคภัณฑ์เป็น 20% และ 10% ตามลำดับ
● ปิดการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ หุ้นจีน และหุ้นตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีน ซึ่งเดิมถือสัดส่วน 15%, 10% และ 25% ตามลำดับ
● คงสัดส่วนหุ้นโลก ทองคำ และพันธบัตรไว้ที่ 15%, 25% และ 5% ตามลำดับ
.
สรุปภาพรวมตลาด
สหรัฐฯ ความคาดหวังเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มกดดันการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ
.
ยุโรป ยังเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านการค้า ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่อ่อนแอ และต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารกลางยุโรปมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย อาจช่วยลดแรงกดดันด้านต่อเศรษฐกิจระยะสั้น
.
ญี่ปุ่น บริษัทญี่ปุ่นมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ถือครองเงินสดสูง ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ Sanaenomics อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนและตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าและความผันผวนสูง อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อภาคธุรกิจและกระแสเงินทุนจากต่างชาติ
.
ตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากนโยบายการค้าและระดับหนี้ภาครัฐสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุนตลาดเกิดใหม่ ช่วยลดภาระหนี้สกุลดอลลาร์ เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ยังเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายสำคัญ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ดอลลาร์อ่อนค่า
.
เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต ท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่อย่าง AI และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และการแปรรูปสินค้าโภคภัณฑ์ของโลก ประกอบกับแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า อาจช่วยหนุนกระแสเงินทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
.
จีน ยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ แม้ว่าการบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าจะสร้างความคาดหวังต่อการฟื้นตัว แต่แรงส่งดังกล่าวเริ่มลดลง ทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวยังมีความไม่แน่นอนในระยะนี้
.
ลาตินอเมริกา บราซิลและเม็กซิโกมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยบราซิลมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร น้ำมัน และแร่เหล็ก ขณะที่เม็กซิโกได้ประโยชน์จากกระแส Nearshoring และการย้ายฐานการผลิตจากความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน
พันธบัตร ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนของพอร์ต เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นในระดับค่อนข้างต่ำ
.
สินค้าโภคภัณฑ์ ความต้องการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนุน โดยราคาน้ำมันมีแนวโน้มแข็งแกร่งจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมมีแนวโน้มผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ แต่บางประเภท เช่น ทองแดง อาจได้รับอานิสงส์จากความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ Data Center
.
ทองคำ แนวโน้มหนี้ภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงความกังวลด้านเงินเฟ้อและคุณภาพเครดิต เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะยาว ขณะที่ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง
.
หากคุณกำลังมองหากลยุทธ์ที่วางแผนมาเพื่อรับมือทุกฤดูกาลของตลาด All Weather Strategy คือหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *