บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด (“บลจ. ยูโอบี”) ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนให้กับนักลงทุนสถาบันและรายย่อย ผ่าน 3 ธุรกิจ ได้แก่ กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล โดยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ณ ธันวาคม 2025 อยู่ที่ 290,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 6% สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม สำหรับในปี 2026 พร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ Customer Centric ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่ครอบคลุมความต้องการและสามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมในแต่ละภาวะตลาด
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา บลจ. ยูโอบี ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจกองทุนรวมที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน
ส่วนบุคคลยังคงได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการบริหารกองทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กองทุนมีผลตอบแทนย้อนหลังที่โดดเด่น รวมถึงความเป็นผู้นำในการคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนควบคู่กับการบริหาร
ความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนอย่างรอบคอบ สำหรับปี 2026 จะยังคงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความเข้าใจลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งมอบประสบการณ์ด้านการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนอย่างครอบคลุม”
ธุรกิจกองทุนรวม มีการเติบโต 23% ซึ่งสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ 9%[1] ผ่าน
การนำเสนอทางเลือกการลงทุน ดังนี้
- กองทุนเรือธง (Flagship Fund) ได้แก่ กลุ่มกองทุนตลาดเงิน – กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (TCMF) ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2025 มี AUM อยู่ที่ 26,000 ล้านบาท (+65%) และล่าสุดยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน[2] และ กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ – กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์ (UIDPLUS) มี AUM สิ้นปี 2025 ที่ 4,700 ล้านบาท (+135%) และสามารถสร้างผลงานดำเนินงานย้อนหลัง อยู่ในอันดับ 1stquartile เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน[3]
- ผู้นำกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ครองส่วนแบ่งตลาดกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Funds) เป็นอันดับ 1
ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 53%[4] (US$ 419 Million) และบริษัทจัดการลงทุนรายแรกในประเทศไทยที่เปิดตัว กองทุนตราสารหนี้สกุลเงิน USD ที่สามารถขายคืนได้ทุกวัน คือ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์ (USDAILY) - นำเสนอ Private Assets (สินทรัพย์นอกตลาด) สำหรับกลุ่มนักลงทุนสถาบันและกลุ่ม Ultra High Net Worth ได้แก่ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท ไดเวอร์ซิไฟด์ เลนดิ้ง ฟันด์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPD-UI) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPINFRA-UI)
- สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดทุนไทย และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยนำเสนอ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทยเพื่อความยั่งแบบพิเศษ (UEQ‑TESGX) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด มิกซ์ 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (UMIX‑TESGX) เพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันมีนโยบายที่หลากหลายครอบคลุมมากขึ้น
สำหรับกลุ่มลูกค้าสถาบัน ทาง บลจ. ยูโอบี ประสบความสำเร็จในการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) โดยกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ (FI mandates) ทั้งหมด 100% สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของแต่ละกองทุน และได้รับการแต่งตั้งจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ในส่วนของธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าสถาบันรัฐและเอกชน โดยได้ขยายขอบเขตการให้บริการผ่านกลยุทธ์ Multi-Asset นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในตราสารหนี้ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่หลากหลายมากขึ้น
รางวัลที่ได้รับในช่วงปี 2025-2026*
- Best ESG Engagement Initiative, Asia Asset Management Awards 2025
- Best Alternatives Manager, Asia Asset Management Awards 2026
- Outstanding Asset Management Company Awards, SET
- Business Excellence Asset Management Company Awards – ESG
- Best Investment Management Company 2025, World Finance
- Hall of funds 2025, Finnomena
- Best Greater China Fund : UOB Smart Greater China Fund (UOBSGC)
- Best High Yield Bond Fund : UOB Smart US High Yield Fund (UOBSHY)
- Hall of funds 2026, Finnomena
- Best Greater China Equity : UOB Smart Greater China Fund (UOBSGC)
- Best Global Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedged : United Global Income Strategic Bond Fund-A (UGIS-A)
*ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
นายวนา ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกลยุทธ์ของปี 2026 นี้ ว่า บลจ. ยูโอบี มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer‑Centric) ด้วยความพร้อมด้านศักยภาพของบริษัท ความร่วมมือจากเครือข่ายระดับภูมิภาคและพันธมิตรระดับสากลของกลุ่มยูโอบี จะดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์ ดังนี้
- Customized Investment Solution นำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุน ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของนักลงทุนในระยะยาว มุ่งเน้นการสร้างกองทุนเรือธง (Flagship Fund) ที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ทุกสภาวะตลาด (All‑Weather Strategy Flagship Funds) พร้อมขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ Structured Note เพื่อการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- Sustainability Focusing ประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึก Data‑Driven Insights ผสานเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการประเมินด้าน ESG เข้าไว้ในกระบวนการลงทุน ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว
- New S-Curve Opportunities มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ติดตามกระแสการลงทุนเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ อาทิ ขยายธุรกิจไปยังกองทุนสกุลเงิน USD ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งก่อนและหลังเกษียณ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย
ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2025 และมุมมองการลงทุนปี 2026
คาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2026 นี้ จะเติบโตที่ 3.3%[5] จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดีจากการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี AI แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย แต่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปมีสัญญาณฟื้นตัวหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) แต่ยังคงต้องติดตามการเติบโตของตัวเลขภาคการบริโภค ด้านญี่ปุ่น
มีแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตจากเสถียรภาพทางการเมืองและดัชนีเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่จีนยังคงเผชิญความท้าทายใน
ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ภาคการบริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และรัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
เศรษฐกิจไทยในปี 2025 มีการเติบโตในระดับที่น่าพอใจท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั่วโลก โดยขยายตัว 2.4% ได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการกลับมาดำเนินงานอย่างเต็มที่ของภาครัฐ ทั้งการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยประคอง
การบริโภคภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัลและพลังงานสะอาด ในด้านการส่งออก แม้จะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าและกำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้น แต่สินค้าไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอาหารแปรรูปยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูง ส่งผลให้ยอดส่งออกช่วงไตรมาสสุดท้ายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโดยรวมยังถูกจำกัดด้วยภาระหนี้ครัวเรือนและภาวะเงินเฟ้อติดลบ ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง
ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเชิงบวกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า แม้ระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากภาวะสงครามที่ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้น แต่ภาพรวมยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่คาดไว้ในปีนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาด รวมถึงความชัดเจนด้านเสถียรภาพทางการเมืองที่ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของโครงการลงทุนสำคัญทั้งจากภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ระดับ 0.75% ภายในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
จากภาพรวมเศรษฐกิจดังกล่าว บลจ. ยูโอบี ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงและกลุ่มหุ้นปันผล โดยเฉพาะในญี่ปุ่น บางกลุ่มธุรกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยจับตาหาโอกาสการลงทุนในเอเชียหลังภาวะสงครามคลี่คลาย และสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ แนะนำตราสารหนี้คุณภาพสูง ที่จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางของทั้งไทยและต่างประเทศ
บลจ. ยูโอบี ขอแนะนำทางเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุน ตามวัตถุประสงค์ในการลงทุนของผู้ลงทุน ดังนี้
- เพื่อบริหารสภาพคล่อง
- กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (TCMF) และ กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนนิติบุคคล (TCMF-I) ระดับความเสี่ยง 1 เสี่ยงต่ำ เป็นกองทุนรวมตลาดเงิน ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งหนี้ทั้งภาครัฐ และ/หรือภาครัฐวิสาหกิจที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์ (UIDPLUS) ระดับความเสี่ยง 4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุน
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ ฟันด์ (USDAILY) ระดับความเสี่ยง 4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก State Street USD Liquidity LVNAV Fund – Select Accumulating โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนในตราสารตลาดเงิน และ/หรือตราสารหนี้ ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยทั้งในอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อรักษาสภาพคล่องและสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินสหรัฐอเมริกา
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เรดดี้ ฟันด์ (USDREADY) ระดับความเสี่ยง 4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Amundi Funds Cash USD (I2 USD class) โดยกองทุนหลัก
มีนโยบายการลงทุนในตราสารระยะสั้นที่มีสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้าง ผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนของตลาดเงิน
- เพื่อโอกาสกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ทั่วโลก และรับความผันผวนได้ปานกลาง
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ เอฟเอ็กซ์ ฟันด์ (UGISFX) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ (UGIS-USD) ระดับความเสี่ยง 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund (Class I) โดยกองทุนหลักกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สิน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างกระแสรายได้ในระดับสูงโดยการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบ และการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว
- เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (United CIO Funds) และรับความผันผวนได้ปานกลางถึงสูง
- เพื่อโอกาสสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซีไอโอ อินคัม ฟันด์ TH ชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบปกติ (UIFT-N) ระดับความเสี่ยง 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง เป็นกองทุนรวมผสมที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก United CIO Income Fund – Class T USD Acc โดยกองทุนหลักกระจายการลงทุนไปทั่วโลก ในบริษัทที่จัดตั้ง
จดทะเบียน ซื้อขาย หรือทำธุรกรรมในระดับโลก ซึ่งแบ่งสัดส่วนการลงทุนโดยประมาณเป็น ตราสารทุน 50% และตราสารหนี้ 50%* (กองทุนมีความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยอาจปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ไม่เกิน 20%) - เพื่อสร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุน : กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซีไอโอ โกรท ฟันด์ TH ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (UGFT) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก United CIO Growth Fund – Class T USD Acc โดยกองทุนหลักกระจายการลงทุนไปทั่วโลก ในบริษัทที่จัดตั้ง จดทะเบียน ซื้อขาย หรือทำธุรกรรมในระดับโลก ซึ่งแบ่งสัดส่วนการลงทุนโดยประมาณเป็น ตราสารทุน 80% และตราสารหนี้ 20%* (กองทุนมีความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยอาจปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ไม่เกิน 20%)
*สัดส่วนการลงทุนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลัก
- เพื่อโอกาสกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก เอเชีย และประเทศไทย
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล สตาร์ อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (UGSTAR) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Robeco Global Stars Equities IL USD โดยกองทุนหลักลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก โดยใช้หลักการวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานในหุ้นที่มีกระแสเงินสดในระดับสูง และมีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์ (UGDIVP) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์ (UGDIVP-USD) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Fidelity Funds – Global Dividend Plus Fund Y-ACC-USD โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารหรือหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์ Covered Call strategy โดยกองทุนหลักจะขายสิทธิในการซื้อหุ้น (call options) ในราคาที่กำหนดบนหุ้นหรือดัชนี เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับกองทุน
- กองทุนเปิด ยูโร ไฮดิวิเดนด์ (EHD) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Goldman Sachs Eurozone Equity Income โดยกองทุนหลักมีนโยบายกระจายการลงทุนในตราสารทุน ตราสาร หรือหลักทรัพย์อื่นใดที่สามารถโอนสิทธิได้ (Transferable Securities) จากหลายๆ ประเทศ โดยกองทุนหลัก
เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่ออกหรือทำการซื้อขายในประเทศแถบทวีปยุโรปที่มีอัตราเงินปันผล (Dividend yield) ที่
น่าดึงดูดใจ - กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เจแปน สมอล แอนด์ มิด แคป ฟันด์ (UOBSJSM) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก United Japan Small And Mid Cap Fund โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กถึงกลาง และมีแนวโน้ม
การลงทุนในระยะยาวที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น หรือจดทะเบียนจัดตั้ง หรือมีการประกอบกิจการอย่างมีนัยสำคัญในประเทศญี่ปุ่น - กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก United Greater China Fund Class T SGD Acc โดยกองทุนหลักมีนโยบายเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง จีน และไต้หวัน
- กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล (UOBSA) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่ลงทุนในกองทุนหลัก United Asia Fund Class T SGD Acc โดยกองทุนหลักมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น หรือบริษัทที่มีรายได้ กำไร หรือสินทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น เป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ
- กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท ดิวิเดนด์ – โฟกัส อิควิตี้ ฟันด์ (UOBSDF) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุน โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี และมีแนวโน้มการลงทุนที่ดีในอนาคต
- กองทุนเปิด ไทย อิควิตี้ฟันด์ (TEF) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมตราสารทุน โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทที่อยู่ในระหว่างดำเนินการขอเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการดี มีแนวโน้มการเติบโตในอัตราสูง และมีเสถียรภาพทางการเงิน
- โอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก และกองทุนที่ใช้กลยุทธ์ Market Neutral เพื่อกระจายความเสี่ยงและรับความผันผวนได้มาก
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท ไดเวอร์ซิไฟด์ เลนดิ้ง ฟันด์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPD-UI) ระดับความเสี่ยง 8+ เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก PIMCO Private Diversified Lending Fund Ltd (Class C) กองทุนหลักกระจายการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในสินทรัพย์ประเภท Private Assets (สินทรัพย์นอกตลาด) โดยลงทุนในการให้กู้ยืมเงินหรือเงินกู้ หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อของภาคเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่มีการปล่อยสินเชื่อนอกตลาดหรือให้กู้ยืมโดยตรง (Private Lending, Loans or Private credit)
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPINFRA-UI) ระดับความเสี่ยง 8+ เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก EQT Nexus Fund SICAV – ENIF (Class I EUR-Z) โดยกองทุนหลักมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และการเติบโตของเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยจัดสรรการลงทุนหลายรูปแบบ เช่น Fund Investments และ Co-Investments ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ EQT
- กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อิควิตี้ แอบโซลูท รีเทิร์น (UGEAR) ระดับความเสี่ยง 6 เสี่ยงสูง เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Jupiter Merian Global Equity Absolute Return Fund (Class I USD Accumulation) โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนเพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก (absolute return) โดยไม่ขึ้นกับภาวะตลาดในแต่ละขณะ โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Market Neutral Strategy โดยใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารทุน เพื่อลงทุนใน long position และ short position
- กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ (UOBSG) ระดับความเสี่ยง 8 เสี่ยงสูงมาก เป็นกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก
ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในทองคำแท่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำในตลาดโลก หักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน
[1] สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ณ ธันวาคม 2025
[2] Morningstar ณ 18 มีนาคม 2025
[3] Morningstar ณ 18 มีนาคม 2025
[4] สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ณ ธันวาคม 2025
[5] IMF ณ ธันวาคม 2025