การลงนาม MoU ในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านการกำกับดูแล ท่ามกลางระบบนิเวศทางการเงินระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น และส่งผลให้ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (cyber threats) และความเสี่ยงจากภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล (digital frauds) มีความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแล ติดตามพัฒนาการของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และเสริมสร้างความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิผลและทันท่วงที

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ระบบการเงินที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นและพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วจะเอื้อต่อการเกิดไซเบอร์และภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัลที่ซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ความร่วมมือระหว่าง ธปท. และธนาคารกลางสิงคโปร์ภายใต้ MoU นี้ จะช่วยยกระดับความพร้อมของทั้งสองประเทศในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมในการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

 

นาย Chia Der Jiun ผู้ว่าการธนาคารกลางสิงคโปร์ กล่าวว่า “ภัยคุกคามทางไซเบอร์และภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัลรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบข้ามพรมแดน การยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาความมั่นคงและความเชื่อมั่นของระบบการเงินดิจิทัลจะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างทันท่วงที และเสริมสร้างความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

24 กรกฎาคม 2569

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารกลางสิงคโปร์

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *