บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) (SKR) ผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์
นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) (SKR) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มบริการ/การแพทย์ และบริษัทได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 เป็นเวลา 6 ปีต่อเนื่อง (พ.ศ. 2564-2569)
“ศิครินทร์บูรณาการหลักการความยั่งยืนเข้าไปในทุกกิจกรรมและกระบวนการตัดสินใจเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน โดยเดินหน้าดำเนินโครงการ Sikarin Connect หรือโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุนและระยะเวลาในการเดินทาง และเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความเสี่ยงทางสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แนวทางนี้สอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและนโยบาย Healthy Thailand ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดภาวะเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงโครงการสนับสนุนบริการตรวจสุขภาพและการรักษาในราคาที่เข้าถึงได้”
นอกจากนี้ ศิครินทร์ยังแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นพลเมืองโลกที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยยกระดับการดำเนินงานตามกรอบ ESG ที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ของโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 147.96 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 70.28 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม
โดยการจัดระดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน
สถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่สิบสองในปีนี้
การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI