ในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นการประชุมกนง. ครั้งสุดท้ายของปีนี้ คาดว่ากนง. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การพลิกกลับมาแข็งค่าของค่าเงินบาทตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ฯ ส่งผลให้กนง. เผชิญแรงกดดันจากประเด็นด้านค่าเงินลดลง
กนง. ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อในระดับสูง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อคาดว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนส.ค. ที่ผ่านมาและเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนต.ค. ที่ผ่านมาลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังคงอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายของกนง.โดยอยู่ที่ระดับ 5.98% YoY ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งขึ้นมาจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยโดยอยู่ที่ระดับ 3.17% YoY
สะท้อนราคาสินค้าในภาพรวมยังคงเร่งตัวสูงขึ้น แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องหลังจากในไตรมาส 3/2565 เศรษฐกิจไทยขยายตัวถึง 4.5% YoY โดยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงหนุนหลักของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ดังนั้น จากแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง
คงส่งผลให้กนง. พิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ 0.25 ในการประชุมที่จะถึงนี้ ซึ่งกนง. คงจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและยังมีความเปราะบางจากหนี้ในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่แรงกดดันจากประเด็นด้านค่าเงินนั้นเริ่มมีลดลง หลังจากค่าเงินบาทพลิกภาพมาแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากตลาดคาดว่าเฟดอาจเริ่มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแรงกว่าคาด
รายงานวิจัยนี้จัดทำโดย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) เพื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ หรือ ข้อมูลที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือที่ปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ทั้งนี้ KResearch มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสม ความครบถ้วนสมบูรณ์ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ชวน เสนอแนะ ให้คำแนะนำ หรือจูงใจในการตัดสินใจเพื่อดำเนินการใดๆแต่อย่างใด ดังนั้น ท่านควรศึกษาข้อมูลด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆ KResearch จะไม่รับผิดในความเสียหายใดที่เกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลใดๆ ที่ปรากฎในรายงานวิจัยนี้ถือเป็นทรัพย์สินของ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) การนำข้อมูลดังกล่าว (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ไปใช้ต้องแสดงข้อความถึงสิทธิความเป็นเจ้าของแก่ KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี) หรือแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นๆ ทั้งนี้ท่านจะไม่ทำซ้ำ ปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไข ส่งต่อ เผยแพร่ หรือกระทำในลักษณะใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า เป็นลายลักษณ์อักษรจาก KResearch และ/หรือบุคคลที่สาม (แล้วแต่กรณี)
ทั้งนี้ ในปีหน้า เส้นทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของกนง. คงขึ้นอยู่กับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลักอย่างเฟดเป็นสำคัญ โดยมีความเป็นไปได้ที่กนง. อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้า ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายของไทยคงไปแตะระดับสูงสุดที่ราว 1.75-2.00% ในปีหน้าท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งคงส่งผลกระทบต่อไปยังภาคการส่งออกของไทยให้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ