นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

LH Fund เปิดเสนอขายครั้งแรกกองทุน US-FVMR ระหว่างวันที่ 22-29 ตุลาคม 2569 ชูกลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์ 4 มิติ ทั้งพื้นฐาน มูลค่า โมเมนตัม และความเสี่ยง พร้อมบริหารสัดส่วนการลงทุนตามภาวะตลาดหุ้นสหรัฐฯ

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นแกนหลักของตลาดทุนโลก โดยมีสัดส่วนประมาณ 63.4% ของมูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่หุ้น 10 อันดับแรกมีน้ำหนักรวมราว 40% ของดัชนี S&P 500 ทำให้การลงทุนตามดัชนีดังกล่าวมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่

สำหรับอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ปี 2570 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 18.5 เท่า ณ เดือนตุลาคม 2569 เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น 15.8 เท่า ยูโรโซน 14.3 เท่า และฮ่องกง 9.8 เท่า ตามข้อมูลที่ LH Fund นำเสนอ

LH Fund ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 โดยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจกดดันราคาหุ้น จึงทำให้การคัดเลือกสินทรัพย์และบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากขึ้น

LH Fund จึงเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด แอล เอช FVMR ยูเอส ไดนามิค อโลเคชั่น (LH FVMR US DYNAMIC ALLOCATION: US-FVMR) ระหว่างวันที่ 22-29 ตุลาคม 2569 เป็นกองทุนรวมผสมประเภท Fund of Funds ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในกองทุนต่างประเทศและ/หรือ ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยกองทุนปลายทางเน้นหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ในรอบปีบัญชี

กองทุนสามารถลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น โดยผู้จัดการกองทุนปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ 0-100% ของ NAV ตามภาวะตลาด ภายใต้กรอบ FVMR ซึ่งประกอบด้วย 4 มิติ คือ Fundamentals (ปัจจัยพื้นฐาน) Valuation (ความเหมาะสมของมูลค่า) Momentum (แรงส่งของราคาและกำไร) และ Risk (ความเสี่ยง) โดยให้น้ำหนักการประเมินแต่ละมิติเท่ากัน

โครงสร้างพอร์ตที่นำเสนอแบ่งเป็นส่วน Core ประมาณ 85% ลงทุนผ่าน ETF สหรัฐฯ 6 กองทุน ด้วยน้ำหนักเท่ากัน และส่วน Alpha ประมาณ 15% ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ รายตัว 10 บริษัท ด้วยน้ำหนักเท่ากัน โดยคัดเลือกจากหุ้นสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 บริษัท และทบทวนพอร์ตทุกไตรมาส

นอกจากนี้ กองทุนกำหนดเพดานน้ำหนักการลงทุนในแต่ละหมวดอุตสาหกรรมไม่เกิน 40% มีแนวทางกำหนดจุดตัดขาดทุนรายสินทรัพย์ และสามารถปรับน้ำหนักเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงรับและทองคำ เมื่อสัญญาณตลาดเป็นลบ

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *