กองผสม ES-ESG3070  ผันผวนต่ำ  

โอกาสสร้างผลตอบแทนยั่งยืน

Highlight  

•การลงทุนยังมีความผันผวนทั้งจากเศรษฐกิจในประเทศ การเลือกตั้งสหรัฐ และความขัดแย้งทางการเมืองระดับภูมิภาค

•กองทุนวายุภักษ์มูลค่า1.5แสนล้านหนุนการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีเรตติ้งจตามแนวทางESG

•กองทุน ES-ESG3070 ตอบโจทย์มีโอกาสลงทุนผันผวนน้อย โอกาสสร้างพอร์ตเติบโตระยะยาว

•ลดหย่อนภาษีควบโอกาสสร้างผลตอบแทนยั่งยืนตามธีมการลงทุนผ่านหุ้นและตราสารหนี้ ESG

•ค่าธรรมเนียม0.36%ต่อปี

การลงทุนภายในประเทศช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน แต่ได้รับอานิสงส์จากการลดดอกเบี้ยเฟด และเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังสามารถเติบโตโดยไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ประกอบกับปัจจัยในประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ร่วมถึงการใช้จ่ายและงบประมาณของภาครัฐที่เริ่มสามารถทยอยเบิกจ่ายได้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

อย่างไรก็ตามแนวโน้มการลงทุนยังคงต้องติดตามต่อเนื่องจากหลากหลายปัจจัย อาทิ ภาพรวมหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสหรัฐ และความขัดแย้งทางการเมืองระดับภูมิภาค เป็นต้น  

ฉะนั้นแนวทางการลงทุนที่มีโอกาสลดความผันผวนและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาวถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

ล่าสุดบลจ.อีสท์สปริง ได้ทำการเปิดตัวกองทุนผสม ThaiESG เน้นลงทุนในหุ้นดัชนี SET ESG 30% and ESG Bond 70% ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบการลงทุนคือ แบบสะสมมูลค่า (ES-ESG3070-THAIESG-A) และแบบมีเงินปันผล (ES-ESG3070-THAIESG-D)

 

ส่วนจุดเด่นของกองทุนนี้ตรงตามสเปคที่กล่าวไปข้างต้นแถมยังพ่วงความยั่งยืนจากนโยบายการลงทุนในหุ้นและตรสารหนี้กลุ่ม ESG พร้อมทั้งสามารถ นำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง กล่าวว่า  

“จุดเด่นของกองทุนนี้คือ เป็นกองทุนผสม ESG CONSERVATIVE ALLOCATION ที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว โดยมีโอกาสสร้างการเติบโตของพอร์ตลงทุนอย่างสมดุลจากการผสมผสานระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ซึ่งได้รับผลประโยชน์ทางภาษีหากถือครบตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการ 0.36% ต่อปี ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนและการลดหย่อนภาษี ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน เหมาะกับผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนการลงทุนไม่สูงมากนัก” นางสาวดารบุษป์กล่าว

สำหรับกองทุนเปิดอีสท์สปริง ESG MIXED 30/70 มีนโยบายแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  

ส่วนที่ 1 ลงทุนในตราสารทุน คิดเป็นสัดส่วน 30% ซึ่งการลงทุนเป็นลักษณะตามดัชนี (Passive Investment) และอีก 70% ในตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG Bond) โดยเน้นลงทุนแบบบริหารเชิงรุกในตราสารหนี้ภาครัฐ/เอกชนเพื่อความยั่งยืน และตราสารหนี้ระยะสั้นอื่นๆ สำหรับสภาพคล่อง

โดยที่ตราสารทั้งสองอย่างนี้ เน้นลงทุน ในอัตราโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ในหุ้นที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ในสัดส่วนที่เท่าหรือใกล้เคียงกับน้ำหนักที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวมSETESG Index (SETESG TRI) และตราสารพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือ หุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังคํ้าประกันต้นเงินและดอกเบี้ย และตราสารเพื่ออนุรักษสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และ

สรุปแล้วถือว่าเป็นกองทุนที่น่าสนใจทีเดียว นอกจากนี้เชื่อว่าหุ้นขนาดใหญ่ส่วนมากที่มีเรตติ้ง ESG สูงน่าจะได้ประโยชน์จากกองทุนวายภักษ์มูลค่ากว่า1.5แสนล้านที่มีนโยบาย การเลือกลงทุนใน ‘หุ้นยั่งยืน“ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีอนาคตมากขึ้นไปอีก  

ส่วนใครที่สนใจอีสท์สปริงมอบช่วงเวลาพิเศษสำหรับยอดเงินลงทุนทุก ๆ 50,000บาท จะเข้าเงื่อนไขรับสิทธิพิเศษจากโปรโมชั่นเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนเปิดอีสท์สปริงบริหารเงิน (ES-CASH) มูลค่า 100 บาททันที เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 เท่านั้น  

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว และควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ เงื่อนไขการลงทุนในกองทุนต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *