นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการลงทุนตั้งแต่ต้นปี คือ ภาวะเงินเฟ้อ แม้กระทั่งก่อนเกิดสงคราม ปีนี้แนวโน้มการลงทุนจึงค่อนข้างชัดเจน ว่านักลงทุนต้องการหุ้นหรือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้ ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นทั่วโลก บริษัทจึงมีการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์การลงทุนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาด้วยการนำ โครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุน ที่มีฐานคล้ายตราสารหนี้ แต่เพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินหรือการลงทุนแบบเดิม
อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ AI ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทติดตามการพัฒนาการของเทคโนโลยีนี้มาประมาณ 3 ปีแล้ว หากย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นที่คนพูดถึงมากคือ ChatGPT หลังจากนั้นก็มี Gemini และแพลตฟอร์มอื่นๆ ตามมา ซึ่งภาพนี้คล้ายกับยุคแรกของโซเชียลมีเดีย ที่เคยมีหลายแพลตฟอร์ม เช่น Facebook, Hi5 และแอปพลิเคชันอื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ใช้งานจะเหลือแพลตฟอร์มหลักเพียงไม่กี่ราย ซึ่ง AI ในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่เรายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าใครจะอยู่รอดของเกมนี้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าห่วงโซ่อุปทาน เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องใช้ร่วมกัน การลงทุนใน AI จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นแอปพลิเคชันหรือบริษัทเทคโนโลยีปลายทางเท่านั้น แต่ครอบคลุม “โครงสร้างพื้นฐาน” ทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่พลังงาน ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล ชิป หน่วยความจำ ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ผู้ใช้งานเห็นจริง และยิ่ง AIได้รับความนิยมและปริมาณการใช้มากเท่าไร ความต้องการสินค้าในห่วงโซ่อุปทานจะเพิ่มขึ้นไปด้วย
ทั้งนี้บริษัทมีกองทุนแนะนำในกลุ่มนี้ 4 กองทุนประกอบด้วย
1) M-MEM เน้นลงทุนในกลุ่ม Memory Chip หรือชิปหน่วยความจำ ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการ HBM, DRAM และ NAND ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ AI
กองทุนนี้มีผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนแล้วถึง 130% และถือเป็นธีมที่บริษัทนำเสนอเป็นรายแรกและมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตในระยะเวลาต่อจากนี้ไปอีก 2 ปี เนื่องจากปัจจุบันการประมวลผลที่รวดเร็วยังต้องอาศัยส่วนประกอบอื่นด้วย โดยส่วนประกอบสำคัญคือ Memory หรือ หน่วยความจำ และได้รับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินลงทุน ของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ในปี 2026-2028 ที่จะสูงถึงระดับ 5-7 แสนล้านดอลลาร์ต่อราย
“เราเริ่มพูดถึงประเด็น Memory ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันผู้ผลิต Memory ความเร็วสูง เช่น DDR5 หรือ หน่วยความจำรุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูง มีอยู่เพียงไม่กี่รายในโลก ได้แก่ SK Hynix และ Samsung จากเกาหลีใต้ รวมถึง Micron จากสหรัฐฯ เหตุผลที่ต้องใช้ Memory ความเร็วสูงคือ หากเราซื้อโน้ตบุ๊กหรือประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ และเลือกใช้ Processor หรือ หน่วยประมวลผล รุ่นใหม่ล่าสุดของ Intel หรือ AMD ตัวประมวลผลจะทำงานได้เร็ว แต่ข้อมูลที่ส่งไปให้ประมวลผลต้องมาจาก RAM หรือ หน่วยความจำหลัก ที่เร็วพอด้วย ผู้ที่ลงทุนใน AI หรือ Data Center ต้องอยู่กับเทคโนโลยีเหล่านี้ไปอีก 10 กว่าปี และมีภาระการลงทุนระยะยาว ดังนั้นพวกเขาจึงมีแรงจูงใจที่จะซื้อเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาใช้งานมากกว่า”
ส่วนกองทุนน่าสนใจที่เหลืออีก 3 กองทุน ประกอบด้วย
2) MGTECH กองทุนที่ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก
3) MATECH เน้นลงทุนในผู้ผลิตชิปและเทคโนโลยีฝั่งเอเชีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก
4) MRENEW เน้นกลุ่มพลังงาน โดยได้ประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในยุค AI โดยเฉพาะการเติบโตของศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
“หุ้นไทยใกล้เป้า 1,600 จุด แนะจับตาหุ้นค้าปลีก-ท่องเที่ยว-แบงก์ปันผล”