นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของโลกในปัจจุบันยังชะลอตัว เกิดจากหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินเฟ้อ ทำให้หลายๆ ประเทศต้องมีการปรับอัตราดอกเบี้ยมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเราต้องจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะเห็นได้จากการลงทุนภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการท่องเที่ยวหลังจากการเปิดประเทศ ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น การบุ๊คห้องพักในโรงแรมต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาแข็งแรงและฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การบริโภคในประเทศมีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่เราต้องจับตามอง ซึ่งเศรษฐกิจ ณ ตอนนี้ เป็นแบบเชิงบวกอย่างระมัดระวัง ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินธุรกิจได้ แต่ด้วยเศรษฐกิจโลกยังผันผวน จึงทำให้การดำเนินกิจกรรมหลายๆภาคธุรกิจจึงต้องระมัดระวัง

“ปีนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยจะกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด -19 ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเฝ้าระวังโดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่าน สิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ คือ การเรียนรู้ที่จะปรับตัวและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดอยู่เสมอ ซึ่งธนาคารพร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบเอสเอ็มอีไทย ในการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพในการปรับตัวให้เท่ากันเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคและกระแสของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจในปัจจุบันและในอนาคต”นางสาวดวงกมล กล่าว

ในปี 2566 นี้ธนาคารมีทิศทางการดำเนินงาน โดยยังคงพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอี ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ “Make Life Simple with 3P” ส่งมอบความง่าย อันเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของธนาคารผ่าน 3P ได้แก่ Portfolio จะเป็นการเจาะลึกธุรกิจลูกค้าแต่ละราย และจัดกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนขึ้น Products มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงต่อความต้องการและช่วยเหลือพัฒนาธรกิจให้เติบโต

รวมถึงมีการให้การสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการให้คำแนะนำและผสานความร่วมมือกับพันธมิตรในการให้ความรู้ด้านการทำธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

และ Platform อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านช่อง Krungsri The Living Room บริการธุรกรรมออนไลน์เต็มรูปแบบ ที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า SME และให้การทำธุรกิจสะดวก รวดเร็ว เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ อย่างไรก็ตามในปี 2566 นี้ธนาคารยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ SME อยู่ที่ 4% หรือประมาณ 306,000 ล้านบาท ส่วน NPL คาดว่าไม่น่าจะเกิน 5.45%

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2565 ที่ผ่านมา ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อธุรกิจ SME เติบโต 5.4% และมียอดสินเชื่ออยู่ที่ 296,000 ล้านบาท ในด้านนโยบายให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 โดยมีจำนวนลูกค้าที่ได้รับมาตรการช่วยเหลือทางการเงินจำนวนรวม 7,602 ราย วงเงินรวม 75,317 ล้านบาท นอกจากนี้ธนาคายังได้มีการปล่อยสินเชื่อซอท์ฟโลนหรือสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจกว่า 8,400 ล้านบาท ส่วน NPL ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.8%

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *