บล.ทิสโก้ชี้ ดัชนีหุ้นไทยเดือนพฤษภาคมอาจไปไหนไม่ได้ไกล จากปัจจัยกดดัน 3 เรื่อง คือ 1.การขายปรับพอร์ตจากแนวคิด “Sell in May and Go Away” 2. แรงขายทำกำไรหุ้นหลังจากได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว กดดันให้เงินบาทอ่อนค่า และ 3.หุ้นไทยจ่อถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักคาดเงินไหลออกกว่า 7,000 ล้านบาท แนะให้ขายทำกำไรเมื่อดัชนีพุ่งเกิน 1,500 จุด
นอกจากนี้ จากสถิติ 5 ปีล่าสุด (2564- 2568) ทิศทางการลงทุนต่างชาติในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนมักเป็นลบ โดยมีโอกาสสูงถึง 80-100% ขณะที่ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ในช่วงเวลาเดียวกันมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.0% ถึง -3.3% โดย บล.ทิสโก้เชื่อว่ามีสาเหตุหลักจาก 1. การขายปรับพอร์ตจากแนวคิดสากลเกี่ยวกับ “Sell in May and Go Away” 2. แรงขายทำกำไรหุ้นหลังจากได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว และเมื่อได้รับเงินปันผลแล้วส่งเงินกลับมักกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าด้วย และ 3. หุ้นไทยมักถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักลงในช่วงรอบการทบทวนหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการทบทวนรอบนี้ด้วย
บล.ทิสโก้มีมุมมองตลาดดีขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลาย-นำไปสู่การเจรจา และงบ Q1 บจ.ไทยที่ประกาศแล้วส่วนใหญ่ดีกว่าคาด อาทิ กลุ่มแบงก์, DELTA, BH, SCGP, SCC, ITC และ PTTEP เป็นต้น ช่วยจำกัดความเสี่ยงการหั่นประมาณการกำไรของตลาดลง (SET EPS) แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ยังแฝงด้วยความเปราะบางสูง ดังนั้น ยังแนะนำถือเงินสดบางส่วนและยังคงมุมมอง Upside ตลาดยังจำกัด เพราะฉะนั้นหาก SET Index ฟื้นตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 1,500 จุด แนะนำหาจังหวะขายมากกว่าซื้อ – รอย่อตัวซื้อคืน
หุ้นที่ บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนนี้จะเน้นหุ้นที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากสงคราม-มีความยืดหยุ่นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้น-สามารถเติบโตได้ในระยะยาว – มีปันผลน่าสนใจ แนะนำ ADIVCE, MEGA, TRUE ผสานกับหุ้นที่ได้ประโยชน์สนับสนุนจากนโยบายรัฐ เช่น การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ ชอบ AMATA, CPALL และหุ้นที่มีโอกาสเข้า SET50 Index เด่น MRDIYT, TFG สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนพฤษภาคม คือ ADVICE, AMATA, CPALL, MEGA, MRDIYT, TFG และ TRUE ด้านแนวรับของเดือนนี้อยู่ที่ 1,440 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,510 – 1,515 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,545-1,550 จุด ตามลำดับ
ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนพฤษภาคมนี้ เลือก CHNXT5023 และ OIL03 โดยมองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนยุคใหม่ยังมีอัพไซด์อีกมากท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน มีทั้งหุ้นที่เป็นแบตเตอรี่และเทคโนโลยี Ai สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมัน เรามองว่ายังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีท่าทีดีขึ้นและคลังน้ำมันดิบโลกเริ่มลดลง