นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) เปิดเผยถึงภารกิจของกองทุนฯ ในปี 2566 ว่า กองทุนฯ ได้วางแผนเพื่อให้มีเม็ดเงินเพิ่มไว้สำหรับการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ โดยได้เสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อพิจารณาเพิ่มอัตราเงินนำส่งตามมาตรา 80/3 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย จากเดิมที่บริษัทประกันวินาศภัยนำส่งเข้ากองทุนฯ ในอัตราปีละ 0.25% จากเบี้ยประกันภัยที่บริษัทได้รับ เพิ่มเป็น 0.5% ซึ่งจะเท่ากับอัตราที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ คปภ. เพื่อเป็นการเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงได้ตั้งเป้าสำหรับการพิจารณาคำทวงหนี้ในปี 2566 ไว้ที่ 80,000 ถึง 100,000 คำขอ
รวมถึงเตรียมเงินเพื่อการจ่ายเจ้าหนี้ไว้แล้วประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท นอกจากนี้เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคำทวงหนี้ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้แก่ประชาชน เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม กองทุนฯ ได้เตรียมการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการยืน คำยืนยันสิทธิรับเงินผ่านระบบคุ้มครองสิทธิออนไลน์ เพื่อลดระยะเวลาและลดการใช้ทรัพยากรกระดาษผ่าน แอพพลิเคชั่น LINE และคาดว่าจะทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูล ข่าวสารของกองทุนฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเข้าใจกระบวนการทำงานของกองทุนฯ เพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลให้การยืนยันสิทธิเพื่อขอรับเงินต่อกองทุนฯ ได้เพิ่มขึ้น และลดระยะเวลาในกระบวนการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้
สำหรับผลการดำเนินและภารกิจของกองทุนฯในปี 2565 นี้กองทุนฯได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทประกันวินาศภัย ถูกถอนใบอนุญาตฯ เพิ่มอีก 2 บริษัท คือ บมจ. ไทยประกันภัย และ บมจ. อาคเนย์ประกันภัย โดยคำทวงหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรมธรรม์โควิด “เจอ จ่าย จบ” ซึ่งรวมกับที่กองทุนฯ ดำเนินการกับบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ เดิมอยู่ 6 บริษัท ทำให้ขณะนี้ มีบริษัทประกันวินาศภัยฯ ที่กองทุนฯ กำลังดำเนินการอยู่ถึง 8 บริษัท รวมจำนวนคำทวงหนี้ประมาณเกือบ 700,000 คำขอ ยอดเงินขอรับชำระหนี้กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนฯ ได้เร่งดำเนินการพิจารณาคำทวงหนี้และเร่งจ่ายเงิน ให้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย
โดยเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นการประกันภัยโควิด กองทุนฯ จึงได้ประสานความร่วมมือ กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ขอเชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจ RT-PCR ซึ่งในปี 2565 กองทุนฯ สามารถพิจารณาคำทวงหนี้ได้ถึง 27,792 คำขอ รวมเป็นเงินที่อนุมัติจ่ายกว่า 2,130 ล้านบาท และได้จ่ายเงิน ให้แก่เจ้าหนี้ที่ยืนยันสิทธิรับเงินแล้ว 13,382 ค่าขอ เป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีคำทวงหนี้อีก ประมาณ 14,400 คำขอที่ยังไม่มายืนยันสิทธิเพื่อขอรับเงินกับกองทุนฯ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา จึงได้สร้างระบบและประสานความร่วมมือไปยังสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการ รับคำยืนยันสิทธิรับเงินให้แก่ประชาชน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *