นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (FPT) เปิดเผยว่า ในปี 2566 นี้ยังมองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดี แต่ยังมีความท้าทายจากความผันผวนในหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต นอกจากนั้นยังมีผลทำให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หันมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นเพิ่มเติม เช่น คลังสินค้า ธุรกิจสุขภาพ และ โรงแรม เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงานของกลุ่ม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทจะยังเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรผ่านการเป็น Real Estate as a Service Brand ซึ่งหมายถึงการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยต่อยอดด้านนวัตกรรมการบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2570 บริษัทจะมีรายได้รวมที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยเติบโตอย่างยั่งยืนปีละ 15%

“แผนในการดำเนินธุรกิจของเราจะมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการเพิ่มพอร์ตรายได้ประจำให้มากขึ้น โดยในปี 2570 ตั้งเป้าจะมีรายได้แตะที่ระดับ 30,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2566 นี้บริษัทคาดว่าจะมีพอร์ตรายได้รวม 17,925 ล้านบาท โดยมาจากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย 13,085 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม 3,405 ล้านบาท และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพานิชยกรรม 1,435 ล้านบาท”นายธนพล กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทมีกลยุทธ์ในสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำให้มากยิ่งขึ้น จากในปี 2565 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 16,346 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจาก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย 75% หรือประมาณ 12,259 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม 17% หรือประมาณ 2,780 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม 8% หรือประมาณ 1,307 ล้านบาท

โดยคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2568 จะมีพอร์ตรายได้รวมอยู่ที่ 21,195 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนรายได้เป็น กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย 69% หรือประมาณ 14,625 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม 23% หรือประมาณ 4,874 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชยกรรม 8% หรือประมาณ 1,696 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2566 บริษัทได้เตรียมงบลงทุนเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ไว้ที่ประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบซื้อที่ดินสำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม 3,000-4,000 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจเพื่อการพานิชยกรรม 1,000 ล้านบาท

และเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเป็น Real Estate as a Service Brand ภายในปี 2570 บริษัทกำหนดแผนการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. People: มุ่งดูแลพนักงาน 2. Planet: ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นและคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล และมุ่งสร้างความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 6 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ 6 แสนต้น เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2568

และ 3.Purpose: เพิ่มเติมจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ FPT จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ให้เป็นที่จดจำและเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านการดำเนินงานของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ โดยบริษัทตั้งเป้าติด Top 5 ของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2568

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม และมีการลงทุน 22 ประเทศ มีทรัพย์สินภายใต้การบริหารรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยในประเทศไทยในส่วนของของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีโครงการที่เปิดขาย (Active Project) จำนวน 73 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 95,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 17 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 30 โครงการ บ้านแฝด 12 โครงการ และโครงการในต่างจังหวัด 14 โครงการ

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *