โดย:
ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค
นายวิชาญ กุลาตี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส
นายภัคพล ตันติวิชช์ นักเศรษฐศาสตร์
.
KEY SUMMARY
|
Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” Moody’s ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
SCB EIC ประเมินมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจและปฏิรูปการคลัง ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus (เพิ่ม Transparency หรือ ความโปร่งใส) SCB EIC มองว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยในครั้งนี้ ได้แก่
SCB EIC เสนอรัฐบาล (1) ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus ผ่านประเด็นความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริต (Transparency and Anti-corruption) เพราะเป็นปัจจัยบั่นทอนขีดความสามารถทางการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยมานาน และองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือใช้ประเด็นนี้ประกอบการประเมินเมตริกความน่าเชื่อถือของประเทศ (2) ในประเด็นเสถียรภาพการคลัง หากรัฐบาลจะออก พ.ร.ก. กู้เพิ่มเติม หรือ ขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำได้บน 3 เงื่อนไขสร้างความเชื่อมั่นวินัยการคลัง คือ (2.1) ใช้จ่ายมีกลยุทธ์ โดยช่วงระยะสั้นใช้จ่ายช่วยผู้ได้รับผลกระทบอย่างมุ่งเป้า ขณะที่ลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านและพลิกโฉม เพิ่มศักยภาพการขยายตัวเศรษฐกิจระยะยาว (2.2) ปฏิรูปการคลังอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขยายฐานภาษี ลดรายจ่ายไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายหรือมาตรการภาครัฐ และ (2.3) สื่อสารโปร่งใส พร้อมแผนการดำเนินการที่ชัดเจนและติดตามผลตัวชี้วัด (KPI) เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
มองไปข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปให้เห็นความคืบหน้า ควบคู่กับนโยบายพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น อาจมีโอกาสเห็น Fitch ปรับเพิ่มมุมมองไทยเป็น Stable ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากปรับลดมุมมองไทยเป็น Negative outlook ในปีก่อน ทั้งนี้หากไทยสามารถดำเนินนโยบายปฏิรูปประเทศได้เห็นผลต่อเนื่อง จะทำให้สถานะทางการคลังในระยะปานกลางมีความเข้มแข็ง สามารถรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าได้ดีขึ้น |
บทวิเคราะห์โดย… https://www.scbeic.com/th/detail/product/Credit-rating-230426