นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยล่าสุด ธอส. เปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษตามหลักเกณฑ์ของผู้กู้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการมีบ้าน โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นางสาวลลิดากล่าวว่า โครงการดังกล่าวแบ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่เข้าเกณฑ์รายได้ปกติ ได้รับอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.40% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ขณะที่กลุ่มที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ ได้รับอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.80% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.50% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย 2.60% เป็นอัตราพิเศษสำหรับผู้กู้ที่เข้าเกณฑ์รายได้ปกติในช่วง 2 ปีแรกเท่านั้น ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยที่ผู้กู้ทุกกลุ่มจะได้รับหรือตลอดอายุสัญญา

สำหรับอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 6–7 ผู้กู้ทั้งสองกลุ่มจะได้รับอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ของ ธอส. ลบ 2.00 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อปี ส่วนตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันตามประเภทลูกค้าและวัตถุประสงค์การกู้ โดยลูกค้ารายย่อยใช้อัตรา MRR ลบ 0.75 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการใช้อัตรา MRR ลบ 1.00 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อปี และกรณีกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยใช้อัตรา MRR ตามที่ธนาคารกำหนด โดยอัตรา MRR สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของธนาคารในแต่ละช่วงเวลา

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ธอส. ได้ยกตัวอย่างการผ่อนชำระสำหรับวงเงินกู้ 1 ล้านบาท โดยมีเงินงวดเริ่มต้นประมาณเดือนละ 3,600 บาท เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพภาระผ่อนชำระในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างเงินงวดเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้ทุกคนจะผ่อนชำระในอัตราเดียวกัน หรือผ่อนเดือนละ 3,600 บาทตลอดอายุสัญญา ซึ่งอาจมีระยะเวลาสูงสุดถึง 40 ปี โดยภาระผ่อนชำระจริงขึ้นอยู่กับวงเงินกู้ ระยะเวลากู้ อัตราดอกเบี้ยแต่ละช่วง และเงื่อนไขของผู้กู้แต่ละราย

“รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านมากขึ้น โดยโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในช่วงเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญคือการวางแผนผ่อนชำระในระยะยาว ขอให้ผู้สนใจตรวจสอบว่าตนเองเข้าเกณฑ์ผู้กู้กลุ่มใด อัตราดอกเบี้ยในแต่ละช่วงปีเป็นเท่าใด และเมื่อสิ้นสุดช่วงดอกเบี้ยพิเศษแล้วจะมีภาระผ่อนชำระอย่างไร เพื่อให้การมีบ้านเป็นความมั่นคงของครอบครัว ไม่ใช่ภาระหนี้ที่เกินกำลัง” นางสาวลลิดากล่าว

สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ผู้สนใจต้องกดรับรหัสเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 หลัก ผ่าน LINE Official Account : GHB Buddy ตามขั้นตอนที่ธนาคารกำหนด ก่อนยื่นคำขอกู้ โดยการได้รับรหัสเป็นเพียงขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่การอนุมัติสินเชื่อหรือการรับรองวงเงินกู้ ทั้งนี้ ธอส. จะพิจารณาคุณสมบัติ รายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการผ่อนชำระตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยผู้ที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพยังต้องผ่านการประเมินความสามารถในการชำระหนี้เช่นเดียวกัน

ประชาชนสามารถยื่นคำขอกู้ได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อโครงการจะเต็มกรอบ 50,000 ล้านบาท โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ ธอส. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติ อัตราดอกเบี้ย และคำนวณภาระผ่อนชำระที่เหมาะสมกับรายได้ของแต่ละครัวเรือน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยควบคู่กับการส่งเสริมวินัยทางการเงิน โดยขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดสินเชื่ออย่างรอบคอบ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น อัตราดอกเบี้ยหลังสิ้นสุดช่วงพิเศษ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

“การมีบ้านเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายครอบครัว รัฐบาลจึงมุ่งสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสม พร้อมส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนสามารถประเมินกำลังผ่อนชำระของตนเองได้อย่างรอบด้าน เพื่อให้การมีบ้านเป็นการสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *