BBLAM เพิ่มทุน ‘กองทุน B-ST’ อีก 1 แสนล้านบาท รองรับความต้องการของนักลงทุน ตอบโจทย์การลงทุนเพื่อพักเงินและบริหารสภาพคล่อง

รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด  (BBLAM) ประกาศ เพิ่มทุนจดทะเบียนกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ระยะสั้น  (Bualuang   Short   Term   Fixed   Income   Fund   หรือ  B-ST)   อีก  1  แสนล้านบาท   ส่งผลให้ขนาดกองทุนรวมเพิ่มเป็น  1.1 แสนล้านบาท   เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากการแสวงหากองทุนสำหรับการบริหารสภาพคล่องระยะสั้น ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนจากตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

B-ST ตราสารหนี้ระยะสั้นที่ให้มากกว่าความมั่นคง เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการแหล่งพักเงินระยะสั้น พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูงจากภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเฉลี่ยไม่เกิน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

กองทุน B-ST  มีอายุเฉลี่ยของพอร์ต  (Portfolio Duration) อยู่ที่ 3-6 เดือน จึงเป็นกองทุนแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ต้องการบริหารสภาพคล่องระยะสั้นและสามารถลงทุนได้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป

 

ปัจจุบันโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศไทย  แต่รวมถึงตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง  ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายพอร์ตและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กองทุน B-ST จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่น ในการบริหารสภาพคล่อง พร้อมรับผลตอบแทนที่แข่งขันได้ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม

 

BBLAM  เสนอขาย  IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 2/25 หรือ Bualuang Thanarat 2/25  เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ IPO 27 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2568

รายงานข่าวจาก  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด  หรือ  BBLAM  เปิดเผยว่า  BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 2/25 หรือ Bualuang Thanarat 2/25  (B2/25) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 1.70% ต่อปี ขนาดโครงการ 3,000 ล้านบาท โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 10,000 บาท

สำหรับ บัวหลวงธนรัฐ 2/25 จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตร หรือตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังหรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็น ผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งกองทุนนี้จะลงทุนครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนไว้จนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (buy-and-hold fund)

 

ส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตราสารหนี้ของสถาบันการเงิน และหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น การทำธุรกรรมการซื้อตราสารหนี้ภาครัฐกับสถาบันการเงิน โดยมีสัญญาที่จะขายคืนตราสารหนี้ดังกล่าว ตามวันที่กำหนดในสัญญา

 

ทั้งนี้     กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า  (Derivatives)  และไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade)  อย่างไรก็ตาม  กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ณ วันที่ลงทุนเท่านั้น

 

กองทุน  B2/25 ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน  กองทุนนี้จะรับซื้อคืนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ภายในวันทำการก่อนวันครบกำหนดอายุโครงการ โดยการลดจำนวนหน่วยและใช้มูลค่าหน่วยลงทุน ณ สิ้นวันทำการรับซื้อคืนอัตโนมัติเป็นราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุน  โดยผู้ซื้อหน่วยลงทุนจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ  ตามวิธีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งไว้ในใบคำขอเปิดบัญชี   (โอนเข้าบัญชี / เช็ค)   โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ไว้ได้ว่า   เมื่อกองเทอมฟันด์ครบอายุ   ให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี   (B-TNTV)   หรือกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)

 

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *