นายเชาวน์กร โชติบัณฑ์ Head of Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ทั้งปีน่าจะโตประมาณ 1.9-2% โดยไตรมาส 1 โตค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยในตลาดหุ้นไทยก่อนหน้านี้ คือเรื่องการเลือกตั้ง พอได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงจึงทำให้มั่นใจว่าการผลักดันนโยบายต่างๆ น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี

อีกเรื่องหนึ่งคือเม็ดเงินส่งเสริมการลงทุนของ BOI โดยเฉพาะโครงการลงทุนเกี่ยวกับ Data Center มีมูลค่าเป็นหลักแสนล้านบาท ถ้าเม็ดเงินเหล่านี้เข้ามาในประเทศก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้การลงทุนภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อน GDP ปีนี้ให้ถึงเป้าที่เรามองไว้ประมาณ 1.9-2%

 

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่ดีและบวกมาประมาณ 25% โดยเม็ดเงินต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ ระมาณ 20,000 กว่าล้านบาท โดยดัชนีหุ้นไทยปีนี้น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 1,600 จุด โดยกำไรต่อหุ้นประมาณ 97 บาทและ P/E อยู่ประมาณ 15 เท่า เมื่อนำมาคูณกันก็จะได้ดัชนีประมาณ 1,600 จุด ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ใกล้ระดับนั้นแล้ว

อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าภาพรวมอัปไซด์อาจค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น คือในช่วง 3-6 เดือน อาจไม่ได้มีมากนัก แต่ภายในตลาดยังมีการหมุนกลุ่มลงทุน ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้แม้ภาพรวมอัปไซด์จำกัด แต่ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมยังสามารถหมุนเม็ดเงินเข้าไปหากลุ่มที่มีอัปไซด์มากกว่าได้

ตัวอย่างเช่น ในไตรมาส 2 มีเรื่องการบริโภคและราคาน้ำมันที่อาจฉุดการบริโภค แต่หลังจากนี้คาดว่ากลุ่มค้าปลีก/พาณิชย์ น่าจะฟื้นตัวตามการบริโภคที่ดีขึ้นกลุ่มท่องเที่ยวก็เช่นกัน จากผลกระทบในตะวันออกกลางที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป หรือคนไม่ค่อยกล้าเที่ยวในช่วงไตรมาส 2 พอเข้าสู่ไตรมาส 3-4 การท่องเที่ยวน่าจะกลับมาเป็นแรงหนุนได้อีก

ส่วนกลุ่มธนาคารยังมีการจ่ายปันผลสูง เรามองว่านักลงทุนที่เห็นว่าตลาดหุ้นมีอัปไซด์ไม่มาก อาจหันมามองเรื่องเงินปันผล กลุ่มธนาคารยังเป็นกลุ่มที่เติบโตไปตามเศรษฐกิจ ถึงเศรษฐกิจจะโตไม่สูงมาก อยู่ราว 2% แต่หุ้นกลุ่มนี้ยังจ่ายปันผลดี ทำให้เราคิดว่าการหมุนกลุ่มลงทุน ยังสร้างโอกาสในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *