ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ของบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LHS ที่ ‘AA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ยังประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating)  ที่ ‘F1+(tha)’

 

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

อันดับเครดิตพิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น: ฟิทช์คาดว่าบริษัทแม่ของ LHS ซึ่งคือ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHFG, ‘AA+(tha)’/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) จะให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ (extraordinary support) แก่ LHS ในกรณีที่มีความจำเป็น โดยฟิทช์มองว่า LHS เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ต่อกลุ่ม และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับบริษัทในกลุ่ม อันดับเครดิตยังพิจารณาถึงโครงสร้างอันดับเครดิตของบริษัทเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ ทั้งนี้อันดับเครดิตของบริษัทที่ ‘AA(tha)’ สะท้อนว่า LHS มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับธนาคารและบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศไทย

 

มีบทบาทในเชิงกลยุทธ์: LHS มีบทบาทสำคัญในเชิงกลยุทธ์ต่อกลุ่ม โดยเป็นบริษัทหลักทรัพย์เพียงบริษัทเดียวในกลุ่ม LHFG ที่ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์แก่ลูกค้าของกลุ่ม นอกจากนี้ LHS ยังมีการต่อยอดทางธุรกิจ (synergies) กับบริษัทอื่นในกลุ่มผ่านการแนะนำลูกค้าและการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกัน (Cross-selling) อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของ LHS นั้นอยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของ LHFG หนึ่งอันดับ เนื่องจากฟิทช์มองว่าธุรกิจหลักทรัพย์นั้นเป็นธุรกิจเสริมแต่ยังไม่ใช่ธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทแม่ เนื่องจากขนาดธุรกิจของ LHS และการมีส่วนช่วยสร้างกำไร (contribution) ยังมีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับบริษัทแม่

 

ความสามารถในการสนับสนุนที่แข็งแกร่งของธนาคารแม่: โครงสร้างเครดิตของ LHFG นั้นพิจารณามาจากการสนับสนุนของธนาคารแม่ซึ่งคือ CTBC Bank Co., Ltd. (CTBC, อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศที่ ‘A’/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ/อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินที่ ‘a’) ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันและถือหุ้น 46.6% ใน LHFG ฟิทช์คาดว่าการสนับสนุนของ CTBC จะถูกส่งผ่านทาง LHFG มายัง LHS ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากความเชื่อมโยงเชิงกลยุทธ์ของบริษัทหลักทรัพย์กับบริษัทอื่นในกลุ่ม ทั้งนี้ ฟิทช์เชื่อว่าการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับ LHS จะไม่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับทรัพยากรทางการเงินของกลุ่ม เนื่องจาก LHS คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของสินทรัพย์รวมของ LHFG ณ สิ้นปี 2568

 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตของ LHFG สามารถดูได้จากประกาศ เรื่อง ฟิทช์คงอันดับเครดิตภายในประเทศของ LH Bank และ LHFG ที่ ‘AA+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ลงวันที่ 5  สิงหาคม 2569 (Fitch Affirms Land and Houses Bank and LH Financial Group at ‘AA+(tha)’; Outlook Stable https://www.fitchratings.com/site/pr/10354597)

 

ความเชื่อมโยงด้านการดำเนินงานและชื่อเสียงที่ใกล้ชิด: LHFG ถือหุ้น 99.92% ของ LHS และมีอำนาจควบคุมการบริหารงานในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีการผสานการทำงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการใช้ระบบงานและกระบวนการติดตามความเสี่ยงร่วมกัน ดังนั้นฟิทช์จึงเชื่อว่าการผิดนัดชำระหนี้ ของ LHS จะก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงในระดับสูงต่อ LHFG เนื่องจากการใช้สัญลักษณ์ทางการค้าร่วมกันและความร่วมมือด้านการตลาดอย่างใกล้ชิด

 

มีการให้การสนับสนุนตามปกติอย่างต่อเนื่อง: LHFG เพิ่มทุนให้กับ LHS ในปี 2567 และยังคงให้การสนับสนุนด้านการระดมเงินทุนแก่ LHS ผ่านการให้วงเงินสินเชื่อ ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป นอกจากนี้ การให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของ LHFG ยังตอกย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของบริษัทลูกต่อกลุ่ม ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ LHS มีการปรับตัวดีขึ้น โดยมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้นเป็น -0.2% ในปี 2568 จาก -7.3% ในปี 2567 และบริษัทยังกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานที่ 38.8 ล้านบาทได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

 

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):

การปรับตัวด้อยลงของโครงสร้างเครดิตของ LHFG ซึ่งสะท้อนจากอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ LHFG อาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของ LHS ในทิศทางเดียวกัน

 

การปรับตัวลดลงของโอกาสที่ LHFG จะให้การสนับสนุนแก่ LHS อาจส่งผลให้อันดับเครดิตของ LHS ถูกปรับลดอันดับเช่นกัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจาก การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ LHFG ลงต่ำกว่าร้อยละ 75 พร้อมทั้งมีการลดระดับการควบคุมการบริหารงาน ความเชื่อมโยงทางการตลาด และการผสานการทำงาน หรือ ผลการดำเนินงานที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง ล้วนส่งผลเชิงลบต่ออันดับเครดิตเช่นกัน อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าโอกาสที่บริษัทแม่จะให้การสนับสนุนจะมีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น ทั้งนี้จะมีการพิจารณาเปรียบเทียบกับโครงสร้างเครดิตของบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วยเช่นกัน

 

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของ LHS อาจถูกปรับลดอันดับลงไปที่ ‘F1(tha)’ หากอันดับเครดิตภายในประเทศ       ระยะยาวของบริษัทถูกปรับลดอันดับลงไปที่ ‘A-(tha)’  หรืออาจเกิดขึ้นได้เมื่อมีการปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศ       ระยะสั้นของ LHFG ลงไปที่ ‘F1(tha)’

 

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ LHFG อาจส่งผลให้มีการปรับอันดับเครดิตของ LHS ไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นของโอกาสที่ LHFG จะให้การสนับสนุนแก่ LHS อาจส่งผลเชิงบวกต่ออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ LHS ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หาก LHS มีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นต่อธุรกิจของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นนัยสำคัญในระยะสั้น และการปรับอันดับเครดิตจะพิจารณาเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ด้วยเช่นกัน

 

อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิต

 

แหล่งที่มาของข้อมูลที่มีนัยสาคัญต่อปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นไปตามรายละเอียดที่อธิบายไว้ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

 

อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น

อันดับเครดิตของ LHS มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอันดับเครดิตของ LHFG ซึ่งบ่งชี้ได้จากอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทแม่

 

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

–   อันดับเครดิตในประเทศระยะยาว คงอันดับเครดิตที่ ‘AA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

–   อันดับเครดิตในประเทศระยะสั้น คงอันดับเครดิตที่ ‘F1+(tha)’

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *