บลจ.ทิสโก้เอาใจนักลงทุนออมยาว เปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being เพื่อการเลี้ยงชีพ (TWBRMF – A) เพิ่มโอกาสสร้างกำไรไปกับ  7 หมวดธุรกิจหลักของประเทศ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเติบโตไปพร้อมกับกระแสสังคมสูงอายุ เปิด IPO 11-19 กันยายน 2566  

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาวให้กับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวใน 7 ธุรกิจหลักซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเป็นธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุน ได้แก่ ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ การแพทย์ แฟชัน อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยวและสันทนาการ พาณิชย์ และการเกษตร บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being เพื่อการเลี้ยงชีพ (TWBRMF – Aความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูงลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB) เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 11-19 กันยายน 2566 

บลจ.ทิสโก้ถือเป็นเจ้าแรกที่มีการออกกองทุนเปิด หุ้นไทย Well-being ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดัชนี SET Well-being (SETWB) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นกองทุนที่สามารถซื้อขายได้ทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน และมีผลการดำเนินงานกองทุนเป็นที่น่าพอใจ บลจ.ทิสโก้เล็งเห็นว่าหุ้นกลุ่มเหล่านี้เป็นหุ้นกลุ่มที่เป็นอนาคตของตลาดหุ้นไทย เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว จึงตัดสินใจออกกองทุนที่มีนโยบายแบบเดียวกันในรูปแบบกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่งคั่งในช่วงการเกษียณอายุและสามารถนำไปบริหารจัดการภาษีได้ด้วย นายสาห์รัชกล่าว 

 ทั้งนี หุ้นในดัชนี SETWB ล้วนแต่เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการแข่งขัน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แน่นอนว่ากำไรของหุ้นในดัชนีนี้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่มาจากภาคส่วนต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว การส่งเสริมด้านสุขภาพ การเข้าสู่สังคมสูงอายุของไทย และการบริโภคในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในช่วงที่รัฐบาลใหม่ออกนโยบายหนุนเศรษฐกิจ นอกจากนี้ หุ้นที่อยู่ในดัชนีนี้ล้วนแต่เป็นหุ้นคุณภาพที่เข้าเงื่อนไขว่ามีกำไรอย่างน้อย 2 จาก 3 ปีล่าสุด เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวม และมีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว 

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *