ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% ในวันนี้ (29 มีนาคม 2566) ซึ่งเป็นไปตามที่ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) คาดการณ์ไว้  นอกจากนี้ กนง. ยืนยันที่จะดำเนินการให้อัตราดอกเบี้ยกลับไปอยู่ในระดับปกติอย่างช้าๆ (Gradual Policy Normalization remains appropriate) สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่า กนง.จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม และคงระดับ 2.00% ไปถึงสิ้นปี  เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่เงินเฟ้อปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ระดับ 1% – 3% โดย กนง. คาดว่าเงินเฟ้อปี 2566 จะอยู่ที่ 2.9% และจะลดลงไปที่ระดับ 2.4% ในปี 2567  นอกจากนี้ กนง. ระบุพร้อมปรับขนาด-เงื่อนไขขึ้นดอกเบี้ยหากแนวโน้มเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อเปลี่ยนไปจากคาด หลังผลประชุมกนง.ออกนั้น Bond yield ในตลาดรองตราสารหนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นไปตามที่ตลาดคาด

ผลกระทบต่อ กองทุนรวมตลาดเงิน คาดว่าจะยังไม่มีผลกระทบมากนัก (ผลตอบแทนกองทุนยังไม่เปลี่ยนแปลง) เนื่องจากเป็นไปตามตลาดคาด ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดเงินมีค่อนข้างสูงทั้งจากปัจจัยภายในและเงินเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนของนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาซื้อตราสารภาครัฐระยะสั้น ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น ครบ เดือน เม.ย. อยู่ที่ 1.05%+/- ครบเดือน พ.ค. อยู่ที่ 1.3%+/- ต่ำกว่า ดอกเบี้ยนโยบายอยู่มาก ไม่สะท้อนดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ดี หากเงินเก็งกำไรหมดไป ผลตอบแทนตราสารน่าจะปรับตัวสูงขึ้นตาม และทำให้ผลตอบแทนกองทุนปรับตัวสูงขึ้นคาดว่า จะประมาณอีก 1 เดือน

ผลกระทบต่อ กองทุนรวมตราสารหนี้ คาดว่าจะยังไม่มีผลกระทบมากนัก ผลตอบแทนตราสารหนี้น่าจะผันผวนในกรอบ เนื่องจากดอกเบี้ยนโยบายใกล้จุดสูงสุดแล้ว

บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) แนะนำ เพิ่มเงินลงทุนบางส่วนในกองทุนตราสารหนี้

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *