อเบอร์ดีนชี้ดอกเบี้ยสหรัฐฯพีค โอกาสดีลงทุนตราสารหนี้โลก

บลจ.อเบอร์ดีนชี้จังหวะดีลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก เชื่อดอกเบี้ยสหรัฐฯพีค ปีหน้ามีโอกาสปรับลดแม้เศรษฐกิจชะลอแต่พื้นฐานยังแกร่ง ล่าสุดเปิดขายกองทุนใหม่ เน้นตราสารหนี้คุณภาพ ชูจุดเด่น สภาพคล่องยิลด์สูง ผันผวนต่ำ

นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ Head of Fixed income and Asset Allocation บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย)

เปิดเผยว่า การลงทุนในตราสารหนี้สหรัฐฯเป็นโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯในปีนี้แช็งแกรงส่งผลให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่ 5.5% และถือเป็นอัตราสูงสุดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยหากมองไปข้างหน้าเชื่อว่าดอกเบี้ยชองสหรัฐฯน่าจะอยุ่ในระดับสูงสุดแล้ว ซึ่งแนวโน้มน่าจะกลับมามีโอกาสปรับลดลงได้ในปีหน้าซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐฯในปีหน้าถึงแม้มีโอกาสชะลอตัว แต่ยังสามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ในระดับหนึ่ง และคาดว่าจะเหลือประมาณ 4%จากเดิม 5.5%

อย่างไรก็ตาม บริษัทแนะนำให้นักลงทุนลงทุนในกองทุนที่มีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 1-2 ปีจากเดิมที่เคยลงทุนในมันนี่มาร์เก็ต โดยเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯเกิดความผิดปกติจาการที่ผลตอบแทนไม่สัมพันธ์กับอายุของตราสารหนี้ โดยการลงทุนในตราสารหนี้ระดับ2ปีปัจจุบันมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรอายุ 10ปีนอกจากนี้เรายังแนะนำการลงทุนในตราสารหนี้ในระดับที่สามารถลงทุนได้มากกกว่าไฮยิลด์บอนด์ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในปีหน้า และส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนกับความเสี่ยงของทั้ง2สินทรัพย์ไม่จูงใจเพียงพอ

ทั้งนี้การลงทุนในต่างประเทศอาจไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากมองว่าแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยจะวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์จากความเป็นไปได้จาก3สถานการณ์ประกอบด้วย1.เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยมากกว่าตลาดคาดการณ์ 2.เศรษฐกิจสหรัฐฯดีกว่าที่ตลาดคาด 3.อัตราดอกเบี้ยลงไม่ลงหรือลงน้อยกว่าคาด

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้ทำการเปิดขายกองทุนเปิด ABGFIX ระหว่างวันที่20-30..นี้ โดยกองทุนจะมีการลงทุนในตรสารหนี้โลกเป็นหลัก แบ่งตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว 63% และตราสารหนี้ประเทสตลาดเกิดใหม่ 37%

โดยจุดเด่นของกองทุนหลัก 1.ตราสารหนี้มีคุณภาพสูง พอร์ตการลงททุนมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้เฉลี่ยอยู่ในเกณพ์ที่ดีไม่ต่ำกว่า A-

2.ยกระดับอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยกองทุนหลักมีการลงทุนไฮยิลด์บอนด์ไม่เกิน20%เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มและอัตราผลตอบแทน SOFR +1.75-2.25%

3.เป็นกองทุนที่มีความผันผวนต่ำ ด้วยอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ของพอร์ตน้อยกว่า 2 ปี ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจาการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

4.สภาพคล่องสูง โดยนักลงทุนสามารถรับเงินขายหน่วยลงทุนคืนได้ภายใน 2 วันทำการ ขณะที่กองทุนหลักสามารถรับเงินคืนได้ภายใน 1 วันทำการ

สำหรับการเพิ่มผลตอบแทนส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในไฮยิลด์บอนด์13% จากเพดานการลงทุนของกองทุนที่ 20% โดยกองทุนนี้สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี จากพอร์ตการลงทุนที่หลากหลาประกอบกับการลงทุนในอายุตราสารหนี้ที่เหมาะสม ซึ่งหากดู ปัจจุบันกองทุนให้ผลตอบปแทนเฉลี่ยของพอร์ตตราสารหนี้ที่ถืออยู่ประมาณ 6.3 และมีตราสารหนี้ที่ลงทุนอายุเฉลี่ยประมาณ 1.3 ปี โดยค่าเฉลี่ยของอันดับความน่าเชื่อถือชองตราสารหนี้อยู่ที่ A/A- โดยมีส่วนต่างเพิ่มขึ้นจากการลงทุนปกติประมาI 1.7%

จากการทำสถิติทอดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีระหว่าง 2013-2022 พบกว่ากองทุนมีโอกาสขาดทุนสูงสุดไม่ถึง3% แม้จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย ขณะที่กองทุนทั่วไปติดลบไปถึง 25% ซึ่งถือเป็นความผันผวนที่ต่ำจากกลยุทธ์การลงทุน

ขณะที่สภาพคล่องของกองทุนหลักสามารถทำให้มีการขายคืนหน่วยลงทุนได้ในระดับ T+1 เนื่องจากมีการถือเงินสดประมาณ 10% และมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่อายุต่ำกว่า 1 ปีขั้นต่ำอยู่ประมาณ 15% และมีการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก

สภาพคล่องสูงคุณภาพสูงยิลด์ต่ำ แต่ถ้าอยากด้ยิลด์สูง คุณภาพกับสภาพคล่องจะลดลงมา เราจึงต้องมีกรอบเอาไว้ซึ่งในส่วนของอายุตราสารหนี้ จะเฉลี่ยไม่เกิน 2 ปี และอันดับความน่าเชื่อถือของเราจะต้องไม่ต่ำกว่า A- โดยตอนนี้เรายังสามารถทำผลตอบแทนได้สูงถึง 7%”

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *