บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) จับมือกับสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งทั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ธนาคาร และบริษัทประกันชีวิต ได้เข้าร่วมโครงการออมเบอร์ 5 โดยเกิดจากความร่วมมือจากสถาบันชั้นนำ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC), สมาคมหลักทรัพย์ไทย (ASCO), สมาคมธนาคารไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าเกี่ยวกับการลงทุน ทั้งยังเป็นการสร้างวินัยการออมเพื่อการเงินที่ดีในระยะยาว

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า KTAM ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการออมเพื่ออนาคตทางการเงินของนักลงทุน จึงได้เข้าร่วมโครงการโครงการออมเบอร์ 5 ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการขยายฐานผู้ลงทุนหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงาน และกระตุ้นให้ผู้ลงทุนรายใหม่หันมาใส่ใจในการออมผ่านกองทุนรวม เพื่อให้ถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วยิ่งขึ้น โดยโครงการฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ ก.ย. 2566 เป็นต้นไป และสงวนสิทธิเฉพาะ 500 บัญชีแรกเท่านั้น สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Average: DCA) โดยสามารถลงทุนได้ทุกกองทุนภายใต้การบริหารของบริษัท ที่มีความเสี่ยงระดับ ขึ้นไปในกองทุนเดียวกัน ยกเว้นกลุ่มกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกลุ่มกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) โดยมีเงื่อนไขการรับของสมนาคุณดังนี้

เงื่อนไขที่ ลูกค้ารายใหม่ที่เปิดบัญชีและลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2566 นี้ และ

เงื่อนไขที่ ลงทุนรูปแบบ DCA ครั้งแรกสำเร็จภายใน 29 ธ.ค. 2566 นี้ โดยต้องลงทุนขั้นต่ำเดือนละ 500 บาทและลงทุนต่อเนื่องครบ 12 เดือนในกองทุนเดิม

สำหรับลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขครบทั้ง เงื่อนไขจะได้รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS หรือกองทุนเทียบเท่า มูลค่า 500 บาท ภายใน 60 วันหลังสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ ให้สิทธิเฉพาะลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดาที่เปิดบัญชีกับ KTAM ประเภทบัญชีเดี่ยวเท่านั้น โดยผู้ที่เปิดบัญชีซื้อขายประเภทไม่เปิดเผยชื่อ (Omnibus Account) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

กองทุน KTSTPLUS (กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส) เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงิน ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ โดยเฉลี่ยอายุตราสารไม่เกิน ปี

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *