นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2566 โดยประเมินว่า เศรษฐกิจของไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลมาจาก ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญและมีสัดส่วน 15% ของจีดีพีประเทศ ประกอบกับการคาดว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งในปี 2566 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนภายในประเทศที่ทำให้ประเทศไทยเติบโตเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านและทิศทางเศรษฐกิจโลกในปีหน้า ในส่วนของเศรษฐกิจโลกประเมินว่ายังอยู่ ในภาวะชะลอตัว และอาจจะมีภาวะเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อยในบางประเทศ
“ภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวมากย่ิงขึ้น และมีแนวโน้มที่ช่วงไฮซีซั่น (ฤดูท่องเที่ยว) ในปี 2566 จะแข็งแกร่งกว่าปี 2565 โดยคาดว่า ในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 15-20 ล้านคน และอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวจีนหากจีนผ่อนปรนมาตรการควบคุม นอกจากนี้ยังมีมุมมองบวกต่อดุลบัญชีเดินสะพัดในปีหน้า ถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ประเทศไทยเคยทำได้ก็ตาม ส่วนความเสี่ยงการเมือง มองว่าอยู่ในระดับต่ำ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจน่าจะมีความต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งเนื่องจากคาดว่าทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่น่าจะชัดเจนขึ้น”นายทิม กล่าว
อย่างไรก็ตามธนาคารคาดว่าในปี 2566 เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโต 4.5% และในปี 2567 คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวที่ 4.5% ส่วนในปี 2565 ธนาคารมองว่าเศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ 3.3% ขณะเดียวกันธนาคารคาดการว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2566 ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ที่อย่างน้อย 1.75% ในสิ้นปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน คาดว่า กนง. จะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อในช่วงต้นปี
ทั้งนี้ธนาคารคาดว่าการดำเนินนโยบายการเงินของไทยเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเรามองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้น้ำหนักการฟื้นตัวของเศรษฐกินมากกว่าเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางการเงิน อย่างไรก็ตามยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนค่าเงินบาทน่าจะยังคงอ่อนตัวอยู่ที่ราว 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 อย่างไรก็ตาม เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังตามปัจจัยที่ได้กล่าวข้างต้น เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ราว 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี