บล.บลูเบลล์ หรือ บลูเบลล์ เติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้นแท่นอันดับ 5 ของบริษัทหลักทรัพย์ฯ ผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทย ณ เดือนเมษายน 2567 ด้วยยอดจัดจำหน่าย 3,272 ล้านบาท และปักธงยอดขาย Top 5 จนถึงสิ้นปี ด้วยเป้า 15,000 ล้านบาท

นางสาวนริสรา ชัยวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด หรือ บลูเบลล์ เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีและขอขอบคุณนักลงทุนทุกราย พันธมิตรการขาย และบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ที่ให้ความมั่นใจและไว้วางใจ
ในความเป็นมืออาชีพในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของบลูเบลล์ ซึ่งบริหารงานอย่างมุ่งมั่นภายใต้วิสัยทัศน์ “เชี่ยวชาญเป็นเลิศ เคียงข้างนักลงทุนชั้นนำอย่างจริงใจ” ด้วยการรวมตัวกันของผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มุ่งมั่นใช้องค์ความรู้  เพื่อมอบคำแนะนำที่เฉียบคมและจริงใจให้กับนักลงทุนชั้นนำ จึงทำให้บลูเบลล์แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากตัวเลขยอดจัดจำหน่ายหุ้นกู้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนเมษายนของบลูเบลล์โดดเด่นและก้าวขึ้นสู่ลำดับที่ 5 ของบริษัทหลักทรัพย์ฯ ผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้แล้ว ยอดแจ้งความประสงค์จองซื้อ TAA ต้นเดือนพฤษภาคมนี้ (หุ้นกู้มีประกัน

ของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ครั้งที่ 1/2567 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569 ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน) ที่มียอดแจ้งความประสงค์เข้ามาเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยังเป็นแรงเสริมให้เรามั่นใจว่า “เราจะรั้งตำแหน่ง 1 ใน 5 (Top 5) ของบริษัทหลักทรัพย์ที่มียอดจัดจำหน่ายหุ้นกู้สูงสุดจนถึงสิ้นปี 2567”

 

พร้อมดันธุรกิจ บริการซื้อ-ขายหุ้นกู้ตลาดรอง นำโดยนางสุธาทิพย์ มินิพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายตราสารหนี้ตลาดรอง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนที่จองซื้อตลาดแรกไม่ทันสามารถเลือกลงทุนตราสารได้ในตลาดรอง  ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มสภาพคล่องก่อนตราสารครบอายุ และบริหารความเสี่ยงจากการปรับพอร์ตการลงทุน

นางสุธาทิพย์ มีประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำมามากกว่า 20 ปี ก่อนจะมาร่วมงานกับบลูเบลล์ โดยมีความชำนาญด้านการแนะนำตราสารหนี้ตลาดรอง นับว่าเป็นการเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับบลูเบลล์มากยิ่งขึ้น

นางสาวสิฏ์ระสา บุญ-หลง ประธานสายงานการตลาด กล่าวเสริมว่า บลูเบลล์มองตลาดตราสารหนี้ของไทยในภาพรวมในไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่า บริษัทเอกชนชะลอการออกหุ้นกู้ลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจาก
อัตราดอกเบี้ยของไทยยังคงอยู่ในระดับสูง โดยจะมีแนวโน้มกลับมาคึกคักมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เพราะมีโอกาสที่จะได้เห็น กนง. ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น และคาดว่าจะมีการเริ่มปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกจากระดับ 2.50% สู่ระดับ 2.25% โดยจะได้เห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯมากขึ้น ส่งผลให้ทิศทางของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ทำให้ตลาดหุ้นกู้น่าจะมีความคึกคักมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการกระจายการลงทุน หากอัตราดอกเบี้ยของไทยปรับลดลง นักลงทุนอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยจากการลงทุนในหุ้นกู้ที่ต่ำลง แนะนำว่าผู้ลงทุนสามารถกระจายการลงทุนไปในกองทุนรวมตราสารหนี้ในประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากราคา NAV ที่ปรับตัวขึ้น เมื่อดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลง

 

ทั้งนี้ บลูเบลล์เป็นตัวกลางในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้คุณภาพ กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การเงินอื่น ๆ ซึ่งคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนชั้นนำ บลูเบลล์จะมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปทั้งในด้านการบริการ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และการรักษามาตรฐานที่ดีในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุน

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *