ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating) ของธนาคารยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBT ที่ ‘A-’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ นอกจากนี้ ฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น (Shareholder Support Rating: SSR) ที่ ‘a-‘ อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating: VR) ที่ ‘bbb-’ และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น (Short-Term Foreign Currency Issuer Default Rating) ที่ ‘F1’

 

พร้อมกันนี้ฟิทช์ยังประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) ที่ ‘AAA(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ  รายละเอียดอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย

 

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

อันดับเครดิตพิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศของ UOBT พิจารณาจากอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นของธนาคาร ซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ของ      ฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ (extraordinary support) จากธนาคารแม่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งคือ United Overseas Bank Limited (UOB; AA-/Stable/aa-) เมื่อเกิดสถานการณ์ที่มีความจำเป็น ทั้งนี้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ UOBT ได้รับการจัดอันดับที่ ‘F1’ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่สูงกว่าสะท้อนถึงความเชื่อของ      ฟิทช์ว่าแนวโน้มในการสนับสนุนของธนาคารแม่มีความแน่นอนมากกว่าในระยะสั้น

 

อันดับเครดิตถูกจำกัดโดยเพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย: เพดานอันดับเครดิตของประเทศไทย (อันดับเครดิตสากล BBB+/Negative) (Country Ceiling) ที่ระดับ ‘A-’ เป็นปัจจัยที่จำกัดความสามารถของ UOBT ในการรับการสนับสนุนจากธนาคารแม่ในต่างประเทศ และยังจำกัด อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT ดังนั้น การปรับลดเพดานอันดับเครดิตของประเทศ อาจจะนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT นอกจากนี้แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT นั้นยังสอดคล้องกับ แนวโน้มอันดับเครดิตสากลของรัฐบาลไทย

 

อันดับเครดิตภายในประเทศของ UOBT ยังคำนึงถึงโครงสร้างเครดิตที่พิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศ ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศที่ ‘AAA(tha)’ แสดงถึงโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศไทย

 

บทบาทเชิงกลยุทธ์ต่อกลุ่ม: ฟิทช์เชื่อว่า UOBT เป็นธนาคารลูกที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ต่อ UOB ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย UOB ถือหุ้นเกือบทั้งหมดของ UOBT และมีการควบคุมและกำกับดูแลการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ร่วมกันรวมถึงการผสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ยังบ่งชี้ว่าการผิดนัดชำระหนี้ของ UOBT อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างมากต่อกลุ่ม

 

ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจำกัดการเติบโตของธนาคาร: เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาคซึ่งจำกัดศักยภาพในการเติบโตของธนาคาร แม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของธนาคารไทยที่ผ่านมายังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี อันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของภาคธนาคารไทยสะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ารัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดการเงิน

 

ขนาดของธุรกิจในประเทศของธนาคารมีการปรับตัวดีขึ้น: ฟิทช์ปรับแนวโน้มของอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจที่ระดับ ‘bb+’ ของ UOBT เป็น ‘เป็นบวก’ จากเดิม ‘มีเสถียรภาพ’ เพื่อสะท้อนถึงขนาดและเครือข่ายธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากการควบรวมธุรกิจลูกค้าสินเชื่อรายย่อยของ Citibank ประเทศไทย ซึ่งมีความซับซ้อนในช่วงแรกได้เริ่มสร้างประโยชน์ต่อผลการดำเนินงานของธนาคารแล้ว ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจของธนาคารยังคงมีความหลากหลายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ในประเทศไทย แต่การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านธุรกิจสินเชื่อรายย่อยให้กับธนาคาร และช่วยสนับสนุนสถานะของธนาคารในฐานะที่เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับที่เจ็ดของประเทศไทย

ฟิทช์อาจพิจารณาปรับอันดับคะแนนเป็น ‘bbb-‘ หากความสามารถในการทำกำไรของธนาคารมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความแตกต่างปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่

 

โครงสร้างความเสี่ยงของธนาคารอยู่ในระดับทรงตัว: ฟิทช์เชื่อว่ากระบวนการและการควบคุมความเสี่ยงของ UOBT มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังจากการรวมธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของ Citibank ที่เข้าซื้อเมื่อปี 2565 ซึ่งใช้เวลาหลายปีในการผสานการดำเนินงาน นอกจากนี้การประเมินยังสะท้อนถึงการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ที่น้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่รายอื่น แต่ได้รับการชดเชยจากการผสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับระบบบริหารความเสี่ยงของกลุ่ม UOB

 

ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ UOBT ทรงตัวที่ระดับ 3.7% ในปี 2568 ฟิทช์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะมีการปรับตัวด้อยลงบ้างในปี 2569 จากสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของสินเชื่อแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อควบคุมความเสี่ยง (selective growth) และการพิจารณาสินเชื่อรายย่อยที่เข้มงวดมากขึ้น

 

ผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น: ผลประกอบการของธนาคารปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปีที่ผ่านมา โดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยง (OP/RWA) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.5% ในปี 2568 (ปี 2567: 0.2%) ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ระดับ 2.0% อย่างมีนัยสำคัญ แต่ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำไรของ UOBT จะปรับตัวดีขึ้นในปี 2569-2570 จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่น่าจะฟื้นตัวได้ และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่ลดลง

 

ฐานะเงินกองทุนมีเสถียรภาพ: ฟิทช์ปรับแนวโน้มของคะแนนปัจจัยด้านฐานะเงินกองทุนและอัตราส่วนระดับหนี้สินเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ จากเดิม ‘เป็นลบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นของฐานะเงินกองทุน ซึ่งฟิทช์มองว่าน่าจะทรงตัวต่อไปได้ ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CET1 ratio) ของธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 12.3% ในปี 2568 (ปี 2567: 11.0%, ปี 2566: 10.6%) จากกำไรสะสม (Internal Capital Generation) ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อเนื่องในช่วงสองปีข้างหน้า

 

ความเชื่อมโยงกับกลุ่มช่วยเสริมสร้างสภาพคล่อง: โครงสร้างการระดมเงินทุนและสภาพคล่องของ UOBT ได้รับประโยชน์จากสถานะการเป็นธนาคารลูกของกลุ่ม UOB ซึ่งช่วยให้เข้าถึงวงเงินสินเชื่อระหว่างธนาคารและตลาดตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้โครงสร้างการระดมเงินทุนของธนาคารโดยรวมยังทรงตัว โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 87.6% ในปี 2568      (ปี 2567: 88.9%) ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 88.1%

 

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

SSR และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT อาจได้รับการปรับลดอันดับ หากเพดานอันดับเครดิตประเทศของไทยถูกปรับลดอันดับ เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวจะสะท้อนถึงความสามารถในการรับการสนับสนุนจากธนาคารแม่ของ UOBT ที่ปรับตัวด้อยลง

 

ทั้งนี้ อาจมีการดำเนินการในเชิงลบต่อ SSR อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว หากโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นมีการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (VR) ของธนาคารแม่ถูกปรับลดลงหลายอันดับจาก ‘aa-‘ มาอยู่ที่ระดับเดียวกันหรืออยู่ต่ำกว่าเพดานอันดับเครดิตประเทศของไทย ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการสนับสนุนของธนาคารแม่ที่ปรับตัวลดลง

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอาจถูกปรับลดอันดับได้ หากโอกาสที่ UOB จะให้การสนับสนุน UOBT มีการปรับตัวลดลง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ เช่น หาก UOB ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน UOBT ลงต่ำกว่า 75% ควบคู่ไปกับการลดการควบคุมการบริหารและการผสานการทำงาน ตลอดจน การประสานความร่วมมือในเชิงกลยุทธ์กับธนาคารแม่ที่ลดลง อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของโอกาสที่ธนาคารแม่จะให้การสนับสนุนธนาคารลูกในระยะปานกลาง

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารอาจถูกปรับลดอันดับ หากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวถูกปรับลดอันดับลงเป็น ‘BBB’ หรือต่ำกว่า

 

ทั้งนี้การพิจารณาอันดับเครดิตภายในประเทศจะพิจารณาถึงโครงสร้างเครดิตของธนาคารเปรียบเทียบกับของธนาคารและบริษัทอื่นๆในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ UOBT อาจถูกปรับลดอันดับได้ หากฟิทช์มีการปรับลดอันดับคะแนนในหลายปัจจัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีตัวอย่าง เช่น หากอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงกว่า 4% อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงต่ำกว่า 120% อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1) น้อยกว่า 11% และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยง (OP/RWA) เฉลี่ยทรงตัวน้อยกว่า 1.5%

 

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

แนวโน้มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT อาจจะได้รับการปรับเป็นแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ หากแนวโน้มอันดับเครดิตสากลของประเทศไทยถูกปรับเป็น ’แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ’

 

อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น และอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เว้นแต่เพดานอันดับเครดิตประเทศของไทยจะถูกปรับเพิ่มอันดับ อย่างไรก็ตาม ฟิทช์คาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากอันดับเครดิตสากลของประเทศไทยยังคงมี ‘แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ’

 

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เว้นแต่อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจะถูกปรับเพิ่มอันดับเป็น ‘A’

 

อันดับเครดิตภายในประเทศไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เนื่องจากอยู่ที่ระดับสูงสุดของอันดับเครดิตภายในประเทศแล้ว

 

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ UOBT อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับ หากฟิทช์ประเมินว่าโครงสร้างธุรกิจของธนาคารมีความแข็งแกร่งมากขึ้นและธนาคารสามารถมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น การมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่า 3.0% อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยง (OP/RWA) เฉลี่ยทรงตัวในระดับที่สูงกว่า 1.5% โดยไม่มีการเพิ่มระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1) ที่สูงกว่า 15%

 

อันดับเครดิตตราสารหนี้และผู้ออกตราสารอื่น: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 (Basel III-compliant Tier 2 subordinated notes) ได้รับการจัดได้รับการจัดอันดับต่ำกว่าอันดับเครดิตอ้างอิง ซึ่งคืออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอยู่ 2 อันดับ สอดคล้องกับแนวทางพื้นฐานตามเกณฑ์ของฟิทช์สำหรับตราสารดังกล่าวที่ออกโดยธนาคารไทยอื่น การจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันเนื่องจากสถานะด้อยสิทธิของตราสารดังกล่าว หุ้นกู้ดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption) และไม่ได้มีการปรับลดอันดับเครดิตเพิ่มเติมสำหรับความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ (non-performance risk)

 

หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 สกุลเงินบาทของ UOBT ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคาร 4 อันดับ โดยแนวทางในการจัดอันดับเครดิตดังกล่าวสอดคล้องกับการจัดอันดับเครดิตสำหรับตราสารหนี้ประเภทดังกล่าวในกรณีที่ออกโดยธนาคารแม่ ซึ่งคือ UOB และสอดคล้องกับแนวทางพื้นฐานสำหรับการจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้ประเภทดังกล่าวตามเกณฑ์ของฟิทช์ ฟิทช์ใช้อันดับเครดิตภายในประเทศของ UOBT ที่พิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากธนาคารแม่ (support-driven rating) เป็นอันดับเครดิตอ้างอิงสำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 แทนที่จะใช้โครงสร้างเครดิต (Standalone credit profile)ของตัวธนาคารเอง เนื่องจากฟิทช์คาดว่า การให้การสนับสนุนจาก UOB แก่บริษัทลูกในประเทศไทยล่วงหน้าเพื่อป้องกันภาวะวิกฤติ (pre-emptive) จะส่งผ่านไปยังบริษัทลูกในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ (non-performance risk)

 

อันดับเครดิตตราสารหนี้และผู้ออกตราสารอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจะส่งผลให้มีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับอันดับเครดิตของหุ้นกู้ทั้ง หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3  และหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1

 

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตอ้างอิงสำหรับตราสารดังกล่าวซึ่งคืออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ระดับสูงสุดของอันดับเครดิตภายในประเทศแล้ว ดังนั้น อันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3  และหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในสมมติฐานของฟิทช์เกี่ยวกับความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ซึ่งฟิทช์ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นในขณะนี้

 

การปรับคะแนนของปัจจัยในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

อันดับคะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ ‘bbb’ อยู่สูงกว่าคะแนนตามเกณฑ์สำหรับกลุ่มอันดับคะแนน ‘bb’ เนื่องจากการปรับเพิ่มคะแนนด้วยปัจจัยด้าน ‘อันดับเครดิตของประเทศ’

 

คะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจที่ ‘bb+’ อยู่ต่ำกว่าคะแนนตามเกณฑ์สำหรับกลุ่มอันดับคะแนน ‘bbb’ เนื่องจากการปรับลดคะแนนด้วยปัจจัยด้าน ‘รูปแบบของธุรกิจ’

 

คะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านฐานะเงินกองทุนและหนี้สินที่ ‘bbb-’ อยู่สูงกว่าคะแนนตามเกณฑ์สำหรับกลุ่มอันดับคะแนน ‘bb’ เนื่องจากการปรับเพิ่มคะแนนด้วยปัจจัยด้าน ‘ความยืดหยุ่นของเงินทุนและการสนับสนุนด้านการดำเนินงานตามปกติ’

 

แหล่งที่มาของข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นไปตามรายละเอียดที่อธิบายไว้ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

 

อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ UOBT มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของ ธนาคารแม่ซึ่งคือ UOB

 

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสาหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg

 

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

– อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘A-’; แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ

– อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1’

– อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AAA(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

– อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’

– อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ ‘bbb-’

– อันดับเครดิตสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นคงอันดับที่ ‘a-‘

– อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 (Basel III-compliant Tier 2 subordinated notes) คงอันดับที่ ‘AA(tha)’

– อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 สกุลเงินบาท คงอันดับที่ ‘A+(tha)’

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *