เคทีซีเปิดเวทีให้ข้อมูลแก่นั กวิเคราะห์ นักลงทุนและผู้จัดการกองทุนในกิ จกรรม Earning Call (Opportunity Day) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมเปิดเผยผลการดำเนิ นงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยกลุ่มบริษัทเคทีซีมีกำไรสุ ทธิ 2,171 ล้านบาท เติบโต 16.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของกำไรที่ต่ อเนื่องและมีคุณภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิ ญความไม่แน่นอน
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกสะท้ อนความแข็งแกร่งของแนวทางบริ หารธุรกิจของกลุ่มบริษัทเคทีซี ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่ างมีคุณภาพ เรามุ่งบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่ างรอบคอบ ควบคู่กับการใช้ข้อมู ลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิ ทธิภาพทั้งด้านรายได้และต้นทุน ทำให้บริษัทสามารถสร้ างผลกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่ อง”
โครงสร้างกำไรที่ปรับตัวดีขึ้ นมีปัจจัยสำคัญจากการบริหารต้ นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% อยู่ที่ 4,169 ล้านบาท จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 16.1% และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่ าจะเกิดขึ้นลดลง 13.0% ส่งผลให้ Cost to Income Ratio อยู่ที่ 35.0% ขณะที่รายได้รวมอยู่ในระดั บทรงตัวที่ 6,889 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการรั กษาสมดุลระหว่างการเติ บโตและการควบคุมความเสี่ยง
เมื่อเทียบกับภาพรวมอุตสาหกรรม จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 พบว่ายอดลูกหนี้บัตรเครดิตอยู่ ที่ 484,926 ล้านบาท ลดลง 0.1% (YoY) และยอดสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 854,209 ล้านบาท เติบโต 0.5% ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบั ตรเครดิตทั้งระบบอยู่ที่ 572,235 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.7% (YoY) โดยพิจารณาได้ว่ากลุ่มบริษั ทเคทีซีเติบโตได้ดีกว่าอุ ตสาหกรรม โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้ น 3.7% คิดเป็นมูลค่า 76,800 ล้านบาท พร้อมทั้งรักษาส่วนแบ่งตลาดหลั กได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีส่วนแบ่งลูกหนี้บัตรเครดิต 14.5% ส่วนแบ่งการใช้จ่ายผ่านบัตร 13.4% และสินเชื่อบุคคล 4.2%
นอกจากนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีสมาชิกทั้ งสิ้น 3,732,625 บัญชี แบ่งเป็นบัตรเครดิต 3,019,095 บัตร เพิ่มขึ้น 8.0% และสมาชิกสินเชื่อบุคคล 713,530 บัญชี เพิ่มขึ้น 3.4% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยั งคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมี NPL อยู่ที่ 1.93% และ Coverage Ratio สูงถึง 408.3% ขณะที่บริษัทมีวินัยทางการเงิ นที่ดี โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 1.30 เท่า
สำหรับการช่วยเหลือลูกหนี้ เคทีซียังคงให้ความร่วมมือกั บธนาคารแห่งประเทศไทยในการดำเนิ นมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการให้สินเชื่ออย่ างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ผ่านการพิ จารณาความสามารถในการชำระหนี้ ของลูกค้าเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้เกิ นความจำเป็น พร้อมทั้งเข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่ มเปราะบางให้สามารถฟื้นตั วและกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ รวมถึงโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” โดยบริษัทได้โอนขายหนี้ไม่มีหลั กประกันของลูกหนี้รายย่อยที่เป็ น NPL วงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และลดภาระทางการเงินของลูกหนี้ ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่ามาตรการช่ วยเหลือดังกล่าวไม่ส่ งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ อผลการดำเนินงาน และได้มีการตั้งสำรองไว้อย่ างเพียงพอแล้ว ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอี ยดเพิ่มเติมได้ที่ www.ktc.co.th/about/news/ measure
นางพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในระยะต่อไป เคทีซีจะเดินหน้าต่อยอดการเติ บโตผ่านการขยายฐานลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น รวมถึงการต่อยอดธุรกิจใหม่ เช่น นายหน้าประกันภัย เพื่อสร้างรายได้ที่ หลากหลายและเสริมศักยภาพการแข่ งขันในระยะยาว โดยเรายังคงยึดมั่นในวินั ยทางการเงินและการบริหารความเสี่ ยงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยื นและโดดเด่นเหนืออุตสาหกรรม”