- ผู้นำด้านการชำระเงินแห่ประยุกต์ใช้งานอย่างรวดเร็ว: ระบบนิเวศของ Alipay+ ซึ่งประกอบด้วยพันธมิตรด้านการชำระเงินผ่านมือถือกว่า 50 ราย ระบบคิวอาร์โค้ดระดับชาติกว่า 10 ระบบ และครอบคลุมบัญชีผู้บริโภคกว่า 2 พันล้านบัญชี กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นเครือข่ายการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ สำหรับการค้าบนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- เริ่มนำร่องใช้งานในเฟสแรก (ปี 2569): โปรโตคอล AMP จะถูกนำไปประยุกต์ใช้โดย 10 พันธมิตรชั้นนำของAlipay+ ซึ่งให้บริการผู้ใช้งานรวมกว่า 1.5 พันล้านบัญชี พร้อมด้วยพันธมิตรผู้ให้บริการรับชำระเงินชั้นนำอีก 7 ราย ได้แก่ Adyen, Allinpay, Checkout.com, Fiserv, Global Payments, Nuvei และ Worldline
- ผลักดันมาตรฐาน KYA ข้ามเครือข่าย: แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด และ วีซ่า ประกาศความร่วมมือพัฒนาเฟรมเวิร์ก Know-Your-Agent (KYA) มุ่งช่วยให้เครือข่ายบัตร กระเป๋าเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มเอเจนต์ และมาร์เก็ตเพลส สามารถยกระดับกระบวนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของเอเจนต์ข้ามระบบได้อย่างราบรื่น ภายใต้หลักการทำงานร่วมกัน โดยที่แต่ละเครือข่ายยังคงอิสระในการตรวจสอบด้วยระบบของตนเอง
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้ายกระดับโปรโตคอล Agentic Mobile Protocol (AMP) ให้สามารถทำงานข้ามเครือข่ายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันโครงการโอเพนซอร์สอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาผู้นำด้านฟินเทคและการชำระเงินทั่วโลกต่างเร่งนำโปรโตคอลดังกล่าวไปปรับใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ที่มีความน่าเชื่อถือในภาคการค้าขนาดใหญ่
มุ่งหน้าสร้างเครือข่ายการชำระเงินผ่านเอเจนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ระบบเศรษฐกิจ AI จะเกิดขึ้นได้จริง อุตสาหกรรมการเงินต้องมีขีดความสามารถในการรับรองว่า เอเจนต์ AI จะสามารถโต้ตอบ ตัดสินใจ และทำธุรกรรมแทนผู้บริโภคและภาคธุรกิจได้อย่างครบวงจร โดยทุกขั้นตอนจะต้องมีความปลอดภัย ราบรื่น และผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้องในทุกเครือข่ายการชำระเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบการชำระเงินผ่านมือถือที่นิยมใช้กันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด การรูดบัตร หรือการแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน
โปรโตคอล AMP เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้พัฒนาขึ้นให้เป็นโปรโตคอลการชำระเงินแบบเปิด เพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ AI บนกระเป๋าเงินดิจิทัล ซูเปอร์แอป สมาร์ทดีไวซ์ และอินเทอร์เฟซบนมือถือรูปแบบต่างๆ ปัจจุบัน โปรโตคอลดังกล่าวกำลังถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วทั้งระบบนิเวศ Alipay+ ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเครือข่ายการชำระเงินผ่านมือถือที่เชื่อมโยงพันธมิตรผู้ให้บริการกว่า 50 ราย และระบบคิวอาร์โค้ดระดับชาติกว่า 10 ระบบ ครอบคลุมร้านค้า 150 ล้านแห่งและบัญชีผู้ใช้งานถึง 2 พันล้านบัญชีทั่วโลก
สำหรับการดำเนินการในเฟสแรก พันธมิตรดังต่อไปนี้จะทำงานร่วมกับโปรโตคอล AMP เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน Agentic Commerce ของตนเอง:
กลุ่มพันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลในเฟสแรก:
พันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลบนมือถือของ Alipay+ จำนวน 10 ราย จะผสานรวมโปรโตคอล AMP เข้ากับโครงสร้างระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับเอเจนต์ของตนเองในเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วย:
Alipay (จีน), AlipayHK (ฮ่องกง ประเทศจีน), DANA (อินโดนีเซีย), GCash (ฟิลิปปินส์), KakaoPay (เกาหลีใต้), MPay (มาเก๊า ประเทศจีน), TNG eWallet (มาเลเซีย), TrueMoney (ไทย), Toss (เกาหลีใต้) และ Starryblu (สิงคโปร์)
กลุ่มพันธมิตรผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Acquirers) ในเฟสแรก:
Adyen, Allinpay, Checkout.com, Fiserv, Global Payments, Nuvei และ Worldline
ผนึกเครือข่ายผู้ให้บริการบัตรและธนาคารกลางสิงคโปร์ สร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมด้านความน่าเชื่อถือ
การสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ครอบคลุมสำหรับ Agentic Commerce จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันกำหนดกลไกด้านความน่าเชื่อถือและการกำกับดูแล
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด และ วีซ่า ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเฟรมเวิร์ก Know-Your-Agent (KYA) เพื่อยกระดับการทำงานข้ามเครือข่าย ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือเครือข่ายผู้ให้บริการบัตร ระบบนิเวศกระเป๋าเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มเอเจนต์ และมาร์เก็ตเพลสต่างๆ ให้สามารถจัดการขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของเอเจนต์ข้ามระบบได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยแนวทางปฏิบัติที่เห็นพ้องร่วมกัน แต่ยังคงให้อิสระแก่แต่ละเครือข่ายในการตรวจสอบและตัดสินใจด้วยระบบของตนเองเช่นเดิม
เพื่อเป็นการต่อยอดจากเฟรมเวิร์ก Safeguards for Agentic Finance at Runtime (SAFR) แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด และ วีซ่า จะร่วมมือกันผ่านโครงการ BuildFin.ai เพื่อผลักดันแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในด้านการยืนยันตัวตน ความรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงของเอเจนต์ AI ทั่วทั้งระบบนิเวศการชำระเงินในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ BuildFin.ai คือแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับอุตสาหกรรมที่ริเริ่มโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) เพื่อเป็นศูนย์รวมของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี และนักวิจัย ในการร่วมกันพัฒนาและขยายผลโซลูชัน AI สำหรับบริการทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ
ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ให้มีความปลอดภัยและพร้อมรองรับการขยายตัว ซึ่งจะช่วยให้เอเจนต์ AI สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ทั่วทั้งระบบนิเวศการชำระเงิน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรการป้องกันที่รัดกุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค ร้านค้า และสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเต็มศักยภาพ ขณะนี้ โปรโตคอล AMP ได้เปิดให้ใช้งานในรูปแบบโอเพนซอร์สอย่างเป็นทางการแล้วบนแพลตฟอร์ม GitHub โดยนักพัฒนาแพลตฟอร์ม AI กระเป๋าเงินดิจิทัล ผู้ให้บริการรับชำระเงิน และสถาบันการเงินทั่วโลก สามารถเข้าถึงซอร์สโค้ด (Source code), เครื่องมือพัฒนา SDKs และเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน
เอเจนต์ในฐานะผู้มีบทบาทที่เชื่อถือได้ ข้ามผ่านทุกตลาดและช่องทางการชำระเงิน
เจียง-หมิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรม แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “AMP ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เอเจนต์สามารถเข้าสู่ระบบการชำระเงินบนมือถือที่มีอยู่ในปัจจุบันในฐานะผู้มีบทบาทที่เชื่อถือได้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่า หลังจากเปิดตัวเพียงไม่กี่เดือน กระเป๋าเงินดิจิทัลและพันธมิตรด้านการชำระเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้เร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน AI ของตน โดยการนำขีดความสามารถอันน่าตื่นเต้นนี้ไปส่งมอบให้แก่ผู้ใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริง”
คุณสมบัติเด่นของโปรโตคอล Agentic Mobile (AMP) ประกอบด้วย:
- การทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ครบวงจรข้ามอุปกรณ์: ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสลับแอปพลิเคชันหรือเปลี่ยนความเคยชินในการชำระเงิน แม้จะใช้งานผ่านอินเทอร์เฟซมือถือที่แตกต่างกัน เช่น สมาร์ทโฟน หรือแว่นตา AR
- เชื่อมต่อเอเจนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น: ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องใช้ในการเชื่อมโยงเอเจนต์การชำระเงินเข้ากับกระเป๋าเงินดิจิทัลลงถึง 50%
- กำหนดขอบเขตสิทธิ์อย่างชัดเจน: ผู้ใช้สามารถอนุมัติเฉพาะงานที่ต้องการมอบหมาย โดยไม่ต้องส่งมอบสิทธิ์ขาดในบัญชี พร้อมความสามารถในการตรวจสอบและควบคุมการทำงานของเอเจนต์ได้แบบเรียลไทม์
- เฟรมเวิร์ก KYA (Know Your Agent) แบบครอบคลุมทุกมิติ: ทำหน้าที่สร้างตัวตนดิจิทัลและรับรองขีดความสามารถที่ได้รับอนุญาตของเอเจนต์ โดยมีระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถือคอยควบคุมระดับความเป็นอิสระในการทำงานของเอเจนต์แต่ละตัว
- AgentSafePay: ระบบรับประกันคืนเงินให้แก่ร้านค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะกับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์
- กลไกการชำระดุลระหว่างเอเจนต์ด้วยกัน (A2A) ระดับนาโนที่มีความถี่สูง: รองรับการทำธุรกรรมอัตโนมัติมูลค่าน้อยมากถึงระดับ 0.000001 ดอลลาร์ ระหว่างเอเจนต์ AI
“ในขณะเดียวกัน Agentic Commerce จะมีเส้นทางไปสู่การใช้งานในวงกว้างอย่างแท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อมีรากฐานด้านความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งมารองรับ แม้ว่าปัจจุบันโปรโตคอล AMP จะเดินหน้าลงทุนในโซลูชันด้านความปลอดภัยของเราเองอย่าง AgentSafePay อย่างต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิมในการกระชับความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ให้บริการบัตร ผู้นำด้านนโยบายอย่างธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกการตรวจสอบความรับผิดชอบรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์จะได้รับการคุ้มครองด้วยขีดความสามารถด้านการยืนยันตัวตนและการอนุมัติสิทธิ์ที่ทำงานร่วมกันข้ามตลาดและช่องทางการชำระเงินต่างๆ” หยาง กล่าวเสริม
คำกล่าวจากพันธมิตร
การัน กัตยาล หัวหน้าฝ่าย Agentic Commerce ระดับโลกจาก Adyen กล่าวว่า “ความสำเร็จของ Agentic Commerce ขึ้นอยู่กับระบบเปิดที่สามารถทำงานเชื่อมโยงถึงกันได้ ซึ่งเอื้อให้เอเจนต์ที่น่าเชื่อถือสามารถทำรายการข้ามเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ Adyen ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในการสร้างรากฐานนี้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรของเราสามารถทดลองใช้งานและขยายขอบเขตธุรกิจ ในช่วงเวลาที่ระบบนิเวศด้านเอเจนต์ระดับโลกกำลังก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นรูปธรรม”
ไบรอัน ซี ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก Checkout.com กล่าวว่า “Agentic Commerce ถือเป็นการขยายช่องทางในรูปแบบเดียวกับยุคที่มือถือเริ่มเข้ามามีบทบาท และจนถึงปัจจุบัน การทำธุรกรรมรูปแบบนี้ยังคงพึ่งพาการใช้บัตรเป็นหลัก โปรโตคอล AMP ได้เข้ามาช่วยต่อยอดขีดความสามารถนี้ไปสู่กระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคหลายพันล้านคนทั่วโลกใช้ทำธุรกรรมกันอยู่แล้ว สำหรับ Checkout.com เราพร้อมสนับสนุนการขยายตัวดังกล่าวให้แก่กลุ่มร้านค้าของเรา เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เฟซ AI อย่าง Gemini หรือ ChatGPT สามารถชำระเงินด้วย Alipay+ ได้อย่างสะดวกสบายเหมือนกับการชำระเงินในช่องทางอื่นๆ ทั่วไป”
ดาร์ริค โรชิลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมจาก DANA กล่าวว่า “Agentic Commerce สามารถทำให้การจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างไร้รอยต่อ โดยผู้ใช้เพียงแค่ระบุความต้องการ และปล่อยให้เอเจนต์อัจฉริยะจัดการกับขั้นตอนที่ซับซ้อนที่เหลือ แต่ในขณะเดียวกัน ยิ่งเราให้อิสระกับเครื่องจักรในการทำงานอัตโนมัติมากเท่าไร เราก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญและตั้งใจสร้างความเชื่อมั่น กรอบการป้องกัน และความรับผิดชอบอย่างจริงจังมากขึ้นเท่านั้น”
เลีย เชา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าองค์กร แพลตฟอร์ม และโซลูชันร้านค้าจาก Fiserv กล่าวว่า “ก้าวต่อไปของโลกการค้าจะถูกกำหนดโดยความสามารถของเอเจนต์ AI ในการเชื่อมโยงผู้บริโภค ร้านค้า สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่น โอกาสดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยมาตรฐานแบบเปิดที่ช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่น การทำงานข้ามเครือข่าย รวมถึงเพิ่มทางเลือกและอำนาจการควบคุมให้กับผู้บริโภคทั่วทั้งระบบนิเวศ เราเชื่อว่าโครงการริเริ่มอย่าง AMP จะช่วยเร่งให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถต่อยอดจากบริการชำระเงินและเครือข่ายธนาคารที่ผู้บริโภคไว้วางใจใช้งานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน”
ซินดี้ เทิร์นเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์จาก Global Payments กล่าวว่า “ความสำเร็จของ Agentic Commerce จะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น ความสามารถในการทำงานข้ามเครือข่าย และความง่ายในการนำไปใช้งาน ด้วยศักยภาพและเครือข่ายความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของเราทั่วทั้งระบบนิเวศการค้า Global Payments พร้อมช่วยเหลือร้านค้าในการเปิดรับการค้าดิจิทัลแห่งอนาคต ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนโครงการริเริ่มอย่าง AMP ที่ช่วยขับเคลื่อน Agentic Commerce และผลักดันศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงกลุ่มคนในวงกว้างได้อย่างแท้จริง”
กาวิน จ้าว ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจาก Macau Pass Group กล่าวว่า “MPay รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในกระเป๋าเงินดิจิทัลกลุ่มแรกของโลกที่รองรับโปรโตคอล AMP ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปัจจุบัน เอเจนต์ AI กำลังพลิกโฉมวิธีการที่ผู้ใช้เข้าถึงบริการและจัดการธุรกรรมต่างๆ ให้เสร็จสมบูรณ์ และการชำระเงินก็ถือเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญที่สุดในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ มาเก๊ามีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นในการเชื่อมโยงวิถีชีวิตในท้องถิ่น การบริโภคข้ามพรมแดน และบริการระดับโลกเข้าด้วยกัน Macau Pass จะเดินหน้าเปิดรับเทคโนโลยีบุกเบิกใหม่ๆ และเป็นผู้นำในการผสานรวม AI การชำระเงิน และธุรกิจในท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำเสนอบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับมาเก๊าเป็นที่แรก ซึ่งจะช่วยให้ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล การพัฒนาสมาร์ทซิตี้ และบริการเชิงพาณิชย์ของมาเก๊า สามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศระดับนานาชาติที่กว้างขวางขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ฟิล เฟเยอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก Nuvei กล่าวว่า “Nuvei ทำหน้าที่เชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับวิธีการชำระเงินและผู้บริโภคในกว่า 200 ตลาดผ่านแพลตฟอร์มเดียว เมื่อโลกการค้ากำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของการสั่งซื้อผ่าน เอเจนต์ Nuvei จึงเดินหน้าขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อดังกล่าว เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถทำธุรกรรมและมีส่วนร่วมกับเอเจนต์ AI บนระบบนิเวศแบบเปิดที่เชื่อมโยงถึงกันได้ ร้านค้าไม่ต้องการระบบการชำระเงินที่แยกส่วน (Silo) เพิ่มอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องการการเชื่อมต่อเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเข้าถึงทุกเอเจนต์ที่เข้ามาใช้บริการ และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังสร้างขึ้นผ่าน Nuvei Agentic การสนับสนุนโปรโตคอลระบบเปิดอย่าง AMP คือวิธีการที่เราจะใช้เชื่อมโยงร้านค้าเข้ากับวิธีการชำระเงินที่ผู้บริโภคโปรดปรานและเลือกใช้งาน”
เอริค เจิง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทจาก Starryblu กล่าวว่า “ในฐานะโซลูชันการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้เครือข่าย Alipay+ โปรโตคอล AMP สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหา (Pain points) ของผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มเอเจนต์ชั้นนำต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ AMP มีความโดดเด่นในฐานะโซลูชันชั้นนำระดับโลก ทั้งในด้านขีดความสามารถในการชำระเงิน ความปลอดภัย และความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกัน Starryblu ก็มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมากที่จ่ายเงินผ่านระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเป็นความลงตัวอย่างยิ่ง และเราตั้งตารอที่จะร่วมกันส่งมอบมูลค่าที่แท้จริง พร้อมกับประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานปลายทาง”
อลัน นี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก TNG Digital ผู้ให้บริการ TNG eWallet กล่าวว่า “Agentic Commerce มีศักยภาพในการทำให้การทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันง่ายดายยิ่งขึ้น โดยจะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ก้าวจากความต้องการไปสู่การชำระเงินได้ด้วยขั้นตอนที่น้อยลง การเข้าร่วมในโปรโตคอล AMP ทำให้ TNG Digital ได้สำรวจว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถเข้ามาสนับสนุนและมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นภายในแอป TNG eWallet ได้อย่างไร สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ ขีดความสามารถใหม่ๆ ในอนาคตจะต้องถูกนำมาใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยต้องได้รับการอนุมัติสิทธิ์จากผู้ใช้อย่างชัดเจน มีมาตรการป้องกันที่รัดกุม และมีความโปร่งใสตลอดกระบวนการ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์แพลตฟอร์มแบบเปิด รวมถึงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการให้ TNG eWallet เป็นเพื่อนคู่คิดทางดิจิทัลในชีวิตประจำวันที่ชาวมาเลเซียไว้วางใจ”
กรวุฒิ ปวิตรปก หัวหน้ากลุ่มสายงานกลยุทธ์และการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจาก ทรูมันนี่ (TrueMoney) กล่าวว่า “การชำระเงินดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้งแล้ว ก้าวต่อไปของเราคือการสร้างประสบการณ์เหล่านี้ให้ไร้รอยต่อและชาญฉลาดยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือกับ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรามองเห็นโอกาสในการสำรวจว่าเทคโนโลยี Agentic AI จะสามารถเข้ามาช่วยให้เส้นทางการจับจ่ายซื้อสินค้าทั้งหมดง่ายดายขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่การค้นหา การเปรียบเทียบตัวเลือก ไปจนถึงการชำระเงินจนเสร็จสมบูรณ์ผ่านช่องทางที่ผู้บริโภครู้จักและไว้วางใจอยู่แล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้ควบคุมสิทธิ์และขอบเขตการทำงานของเอเจนต์อย่างเต็มรูปแบบ เราพร้อมที่จะเดินหน้าศึกษาว่าเทคโนโลยีอย่าง AMP จะสามารถทำให้การค้าดิจิทัลในชีวิตประจำวันของทุกคน กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ชาญฉลาดขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้นได้อย่างไร”
เกิร์ตจาน เดอเวล รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจาก Worldline กล่าวว่า “การชำระเงินที่ทำรายการโดยเอเจนต์ (Agent-initiated payments) จะสามารถขยายตัวเพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้างได้ จำเป็นต้องมีปัจจัยหลักสองประการ นั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้จ่ายเงินและมีสิทธิ์ในการทำอะไรบ้าง และความสามารถของร้านค้าในการรับชำระเงินเหล่านั้นโดยไม่ต้องรื้อสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่ง Worldline สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสองด้าน การสนับสนุนโปรโตคอล AMP ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านเครือข่ายบูรณาการร่วมกับ Alipay+ ทำให้ Worldline สามารถช่วยให้ร้านค้ารับการทำธุรกรรมจากเอเจนต์ได้อย่างราบรื่นผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ลูกค้าใช้งานอยู่แล้ว สิ่งนี้หมายความว่า ร้านค้าจะสามารถคว้าโอกาสจากกระแส Agentic Commerce รูปแบบใหม่ได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย โดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินงาน และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาผสานรวมระบบแยกต่างหากให้ยุ่งยากอีกต่อไป”