ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ชี้ความกังวลด้านค่าครองชี พและภาระผูกพันทางการเงินเป็ นความท้าทายสำคัญของคนไทยในทุ กระดับรายได้ แม้แต่กลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือนที่มีสัดส่วนภาระหนี้ สูงจากการสร้างฐานะและขยั บขยายคุณภาพชีวิต ตอกย้ำว่ารายได้สูงเพียงอย่ างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้ างความมั่นคงในระยะยาว พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Financial Health Check” บนแอปพลิเคชัน KKP Better เครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินครบ 4 มิติ ทั้งกระแสเงินสด เงินสำรองฉุกเฉิน ความคุ้มครอง และการลงทุน เพื่อช่วยค้นหาจุ ดบอดและวางแผนรับมือความเสี่ ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
นายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and Innovation Management ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมี ความท้าทาย การบริหารจัดการรายรับ-รายจ่ ายและภาระผูกพันถือเป็นเรื่องที่ คนไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้ นๆ สอดคล้องกับข้อมูลจากหน่ วยงานภาครัฐในปี 2569 อาทิ ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่ งชาติที่ระบุว่าประชาชน 69.9% มีความกังวลเรื่องค่าครองชีพ และ 63.8% มองว่ารายได้ยังไม่สอดคล้องกั บรายจ่าย ขณะที่ข้อมูลจากสำนั กงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าสัดส่วนผู้มีภาระหนี้ในกลุ่ มตัวอย่างอยู่ที่ 62.44% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้นจาก 50.99% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนผู้มี ภาระหนี้สูงที่สุด ซึ่งมักเกิดจากภาระผูกพันตามช่ วงวัยในการสร้างครอบครัวและต่ อยอดคุณภาพชีวิต เช่น การผ่อนที่อยู่อาศัย รถยนต์ หรือการลงทุนในด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากระบบประเมิน MENTAL HEALTH CHECK IN ของกรมสุขภาพจิต [ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569] พบว่าในกลุ่มผู้รับการประเมินที่ มีการจำแนกปัจจัยเสี่ยงจำนวน 57,532 คน มีผู้ที่เผชิญความเครียดจากปั จจัยด้านรายได้หรือภาระหนี้สิ นร่วมด้วย 11,012 คน หรือคิดเป็น 19.1% ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ าการบริหารจัดการทางการเงินเป็ นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทุ กกลุ่ม และการวางแผนที่ดีจะช่ วยลดความกังวลใจและยกระดับคุ ณภาพชีวิตได้โดยตรง
KKP มองว่าสุขภาพการเงินที่แข็ งแรงไม่ได้วัดกันที่ตั วเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่ างรายจ่าย ภาระผูกพัน และสภาพคล่องสำรอง ผู้ที่มีรายได้สูงแต่มีภาระผ่ อนชำระระยะยาวหลายทาง อาจมีสภาพคล่องสำหรับรับมือเหตุ ฉุกเฉินน้อยกว่าผู้ที่มีรายได้ ปานกลางแต่จัดสรรเงินอย่างรัดกุ ม นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องเงินยังมักทำให้ หลายคนไม่ อยากทบทวนสถานะทางการเงิ นของตนเองอย่างจริงจัง จนอาจมองข้ามความเสี่ยงบางจุดที่ สามารถปรับแก้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
“การดูแลสุขภาพการเงินมีหลักคิ ดเดียวกับการดูแลสุขภาพร่างกาย คือเป็นการดูแลเชิงป้องกัน ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาสภาพคล่ องแล้วค่อยหาทางแก้ไข เวลาเราตรวจสุขภาพประจำปี หากพบว่าค่าคอเลสเตอรอลเริ่มสูง เราก็จะรู้วิธีปรับการกิ นและการใช้ชีวิตให้สมดุลขึ้น เรื่องการเงินก็เช่นกัน หลายคนทำงานหาเงินเก่งแต่ไม่ เคยมีเวลาตรวจเช็กโครงสร้ างการเงินของตัวเองอย่างเป็ นระบบ เราจึงพัฒนาฟีเจอร์ Financial Health Check ให้ทำหน้าที่เสมือนการตรวจสุ ขภาพการเงินประจำปี เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมอย่างเป็ นกลางว่าด้านไหนที่วางแผนไว้ดี แล้ว และด้านไหนที่ควรปรับสมดุลเพิ่ มเติม เพื่อให้เดินหน้าสู่เป้ าหมายการเงินได้อย่างสบายใจยิ่ งขึ้น” นายราเมษฐ์ กล่าว
สำหรับฟีเจอร์ Financial Health Check บนแอปพลิเคชัน KKP Better ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ งานประเมินความพร้อมทางการเงิ นของตนเองแบบองค์รวมผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- กระแสเงินสดรายเดือน: ประเมินความสมดุลระหว่างรายรับ รายจ่าย และสัดส่วนภาระผ่อนชำระที่
เหมาะสม - เงินสำรองฉุกเฉิน: ประเมินความพร้อมของสภาพคล่
องในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝั นโดยไม่กระทบแผนการเงินหลัก - ความคุ้มครองทางการเงิน: ประเมินความเพียงพอของประกันหรื
อเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ อาจกระทบต่อฐานะการเงิน - พอร์ตการลงทุน: พิจารณาความเหมาะสมของสัดส่วนสิ
นทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว
การประเมินครบทั้ง 4 มิติจะช่วยให้มองเห็นจุดบอด ที่ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเพี ยงอย่างเดียวสะท้อนไม่ได้ เช่น กรณีที่มีกระแสเงินสดหมุนเวี ยนดีแต่ยังขาดเงินสำรองฉุกเฉิน หรือมีสินทรัพย์ลงทุ นจำนวนมากแต่กระจุกตัวอยู่ในสิ นทรัพย์สภาพคล่องต่ำ โดยฟีเจอร์ดังกล่าวจะใช้ข้อมู ลการทำธุรกรรมของลูกค้าที่มีอยู่ กับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรติ นาคินภัทรในรอบ 6 เดือนล่าสุด มาประมวลผลและแสดงผลในรู ปแบบกราฟที่เข้าใจง่าย พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกั บแต่ละบุคคล โดยมีจุดเด่นคือ การวิเคราะห์ ประเมินผล และให้คำแนะนำรายบุคคล (Personalized) ไม่ใช่การให้คำแนะนำกว้างๆ เช่น หากลูกค้ามีรายรับมากกว่ารายจ่ าย และมีเงินออมสม่ำเสมอ จะแนะนำให้แบ่งเงินไปลงทุนเพิ่ มเติม หรือหากการเงินของลูกค้ามี แนวโน้มติดลบต่อเนื่อง จะแนะนำให้จัดสรรเงินสำหรั บรายจ่ายจำเป็นก่อนแล้วค่ อยควบคุมงบสำหรับรายจ่ายไม่ จำเป็น ใช้เวลาประเมินเพียงไม่กี่นาที และเปิดให้บริการโดยไม่มีค่าใช้ จ่ายสำหรับผู้ใช้งานแอป KKP Better
ในเบื้องต้น ประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มต้นสร้ างภูมิคุ้มกันทางการเงินด้ วยตนเองได้ง่ายๆ จากการทบทวนโครงสร้างรายรับ- รายจ่าย ควบคุมสัดส่วนภาระผ่อนชำระต่ อรายได้ให้อยู่ในระดับที่บริ หารจัดการได้ และทยอยสะสมเงินสำรองฉุกเฉิ นในสินทรัพย์สภาพคล่องสูงให้ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 3–6 เดือนตามบริบทของแต่ละครอบครัว
“สุขภาพการเงินที่ดีไม่ได้แปลว่ าต้องมีเงินออมมหาศาลหรือต้ องไม่มีภาระหนี้เลย เพราะการมีสินเชื่อที่ เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้ างฐานะและต่อยอดความมั่งคั่ง แต่หัวใจสำคัญคือการรู้ว่าตั วเองยืนอยู่จุดไหน มีความเสี่ยงอะไรที่ต้องบริ หารจัดการ เพราะการปรับพฤติกรรมทางการเงิ นต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ ยิ่งเริ่มต้นเช็กและวางแผนเร็ วเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความมั่นคงและพร้ อมรับมือกับทุกการเปลี่ ยนแปลงในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น” นายราเมษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย