อิ๊กดราซิล กรุ๊ป โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 กวาดรายได้ 90 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิ 31.51 ล้านบาท งานเกมรายได้พุ่ง 161.7% พร้อมเตรียมปล่อยเกมใหม่ออกสู่ตลาดกลางปีนี้
ลั่นเดินหน้าผนึกพันธ มิตรยักษ์ใหญ่ต่างชาติ ลุยงาน แอนิเมชั่นภาพยนตร์ และคอมพิวเตอร์กราฟฟิกป้อนลูกค้าทั่วโลก ตั้งเป้าราย ได้ปีนี้เติบโตต่อเนื่อง 15-20%
นายธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ YGG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส1/2566 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2566 มีรายได้รวม90.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2565 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 31.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น3.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 34.79 % ของรายได้รวม
โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้ จากส่วนงานเกม27.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.42 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 161.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการรับจ้างผลิตเกมในปี 2566 ที่เติบโตสูงขึ้นกว่าในปี 2565 ด้านสัดส่วนรายได้จากส่วนการจัดจำหน่ายเกมที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทลดลง เนื่องจากเป็นช่วงของการพัฒนาและวางกลยุทธ์ทางการตลาดของเกมใหม่ เพื่อเตรียมจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
งานด้านภาพยนตร์แอนิเมชั่น มีรายได้จำนวน34.10 ล้านบาทลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยังเป็นช่วงของการผลิตของโปรเจคใหม่ซึ่งมาจากการการต่อยอดจากฐานลูกค้าต่างประ เทศ ขณะที่งานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมีรายได้ 28.64 ล้านบาท
ลดลง 43.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 51.08 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1/2565 บริษัทมีปริมาณงานโปรเจคใหญ่จากลูกค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตามในไตรมาส1/2566 บริษัทมีปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าต่าง ประเทศ แต่เพิ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้
“ไตรมาสแรกปีนี้ ผลการดำเนินงานยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะงานเกมที่เติบโตได้ดีจากการรับจ้างผลิตเกม ช่วงครึ่งหลังปีนี้จะมีเปิดตัวเกมใหม่ๆ ตัวเลขน่าจะสวยกว่านี้ ส่วนของคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ยังมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นจากฐานลูกค้าต่างประเทศ รายได้ก็เริ่มทยอยเข้ามา งานทุกส่วนของ YGG มีหลายๆโปรเจคอยู่ในระหว่างการพัฒนาและเตรียมเปิดตัว
โดยเฉพาะงานภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่จับมือกับพันธมิตรด้านเอนเตอร์เทนเมนท์ยักษใหญ่จากจีน เกาหลีใต้ ที่จะเปิดตัวซีรี่ส์การ์ตูที่เป็นโปรเจคใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ ทำให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2566 จะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 15-20%” นายธนัช กล่าว
นายธนัชกล่าวอีกว่าในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีต้นทุนรวมในการขายหรือให้บริการจำนวน50.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนของปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากในส่วนจำนวนพนักงาน ตามแผนการขยายธุรกิจของบริษัท และในส่วนของการจ้างOutsource รับงาน เพื่อให้งานเสร็จได้ตรงตามกำหนด และได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นเดือนมี.ค.2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 679.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.79 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดตามงวดงานการเก็บชำระจากลูกหนี้การค้า ส่วนอาคารและอุปกรณ์