บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 628,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1.61 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,011,080,000 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ SEAX Asia ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ SEAX Global ผู้ให้บริการโครงข่ายและเคเบิลใต้น้ำระดับภูมิภาค
.
SEAX Global เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนระดับภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ SEAX เป็นผู้เล่นที่มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิการนำเคเบิลใต้น้ำขึ้นฝั่งในหลายประเทศยุทธศาสตร์ การเข้ามาลงทุนผ่าน SEAX Asia ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของ ITEL และทิศทางการขยายสู่ธุรกิจระดับภูมิภาคในระยะยาว
.
ภายหลังการเข้าลงทุน ทั้งสองฝ่ายจะร่วมจัดตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ “ITEL Global” เพื่อขยายธุรกิจจากผู้ให้บริการโครงข่ายภายในประเทศ สู่การเป็น ผู้ให้บริการโครงข่ายเชื่อมต่อระดับภูมิภาค (Regional Seamless Connectivity Provider) ครอบคลุมเส้นทางสำคัญของเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฮ่องกง พร้อมผลักดันบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็น ASEAN Digital Gateway
.
ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITEL กล่าวว่า“การร่วมทุนกับ SEAX เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ ITEL สามารถขยายศักยภาพจากระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างเต็มตัว เราจะผสานความแข็งแกร่งของโครงข่ายในไทยเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานและ Landing Rights ของ SEAX เพื่อสร้างเส้นทางสื่อสารความเร็วสูงแบบไร้รอยต่อ รองรับความต้องการของ Hyperscaler, OTT, Cloud Provider และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค”
.
เงินลงทุนจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและขยายโครงข่ายระหว่างประเทศ การเปิดเส้นทางเชื่อมต่อใหม่ การลงทุนอุปกรณ์ Core Routing และ DWDM รุ่นล่าสุด ตลอดจนการตั้งศูนย์เชื่อมต่อ (PoP) ในประเทศยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับคุณภาพโครงข่ายของ ITEL ให้มีความเร็วและเสถียรภาพระดับสากล รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ในอนาคต
.
ITEL เชื่อมั่นว่าการจัดตั้ง ITEL Global ร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีศักยภาพระดับภูมิภาค จะเป็นรากฐานสำคัญของ New S-Curve ที่จะผลักดันบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคง และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสื่อสารระดับภูมิภาคที่มีบทบาทสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้