“บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” หรือ SINO ประเมินภาพรวมอุ ตสาหกรรมขนส่งสินค้ าทางทะเลไตรมาส 1/2569 ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง หลังมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ยังไม่พบผลกระทบอย่างมีนัยสำคั ญต่อการส่งออก และมีปัจจัยหนุนจากการเร่งปิ ดออเดอร์ส่งออกสินค้าของบริษั ทญี่ปุ่นในช่วงไตรมาสสุดท้ ายของปีงบประมาณ 2025 ขณะที่แนวโน้มค่าระวางเรือเส้ นทางไทย-สหรัฐฯ ยังเคลื่อนไหวผันผวนตามภาวะตลาด แต่ทรงตัวในระดับที่เอื้อต่ อการดำเนินธุรกิจเมื่อเทียบกั บปีก่อน เผยความคืบหน้าการทำดิจิทั ลทรานส์ฟอร์เมชันภายใต้โครงการ VOYA คืบหน้าแล้ว 90% คาดเริ่มทดสอบระบบและใช้งานจริ งภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ช่วยเพิ่มศั กยภาพการบริการและลดต้นทุ นจากการทำงานซ้ำซ้อน
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสิ นค้าทางทะเล (Sea Freight) ในไตรมาส 1/2569 ทั้งการส่งออกสินค้ าจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชี ยไปยังสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลั กของบริษัทฯ พบว่ายังมีความต้องการอย่างต่ อเนื่องจากปลายปีก่อน โดยมีปัจจัยมาจากการส่งออกที่ ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี ตอบโต้ของสหรัฐฯ รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายมีความกั งวล ประกอบกับเป็นช่วงที่ตรงกั บไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2025 ของญี่ปุ่น จึงเห็นการเร่งปิดออเดอร์ส่ งออกสินค้าของบริษัทญี่ปุ่นที่ มาลงทุนในประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าปริมาณการขนส่งสิ นค้าทางทะเลของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ราว 12,000 ตู้ คิดเป็นประมาณ 23% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 53,000 ตู้ สะท้อนทิศทางการดำเนินงานที่ยั งเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์หลั งจากผ่านช่วงวันหยุดเทศกาลตรุ ษจีน ว่าจะมีความต้องการการขนส่งสิ นค้าทางทะเลอย่างต่อเนื่องหรื อไม่
ส่วนแนวโน้มค่าระวางเรือเส้ นทางไทย-สหรัฐฯ ในปี 2569 ประเมินว่ายังคงเคลื่ อนไหวตามภาวะอุปสงค์และอุ ปทานของตลาดโลก ซึ่งมีความผันผวนในแต่ละช่ วงเวลา โดยบริษัทฯ ยังคงบริหารต้นทุ นและประสานงานกับสายเรืออย่ างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่ งขันและสนับสนุนอัตรากำไรของธุ รกิจอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจและการส่ งออกของไทยในปี 2569 ที่มีแนวโน้มชะลอตัว บริษัทฯ จึงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริ หารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้ จ่าย รวมถึงการเดินหน้าทำดิจิทั ลทรานส์ฟอร์เมชันภายใต้โครงการ VOYA ตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ได้แก่ 1) การพัฒนาและติดตั้งระบบ Freight Cloud System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริ หารจัดการกระบวนการขนส่งสินค้า และ 2) การติดตั้งระบบ SAP S4/HANA เพื่อใช้บริหารจัดการงานด้านบั ญชีและการเงิน โดยทั้ง 2 ระบบนี้จะเชื่อมต่อข้อมูลธุ รกรรมกันอย่างสมบูรณ์ ลดการทำงานซ้ำซ้อน ล่าสุดการดำเนินงานดังกล่าวมี ความคืบหน้าแล้วประมาณ 90% และคาดว่าจะเริ่ มทดสอบระบบและเริ่มการใช้งานจริ งได้ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริการให้ รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการบริหารต้นทุ นในระยะยาว