นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยของกระทรวงการคลัง รวมถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ Soft Loan GSB วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการซ่อมแซมสถานประกอบการ ฟื้นฟูทรัพย์สิน และเสริมสภาพคล่องให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ พร้อมเห็นชอบให้แยกบัญชีโครงการเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account: PSA)

นางสาวลลิดากล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องการสร้างความเข้าใจคือ โครงการดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กิจการที่ตั้งอยู่นอกเขตประกาศภัยและได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของโครงการได้เช่นกัน โดยครอบคลุมกิจการด้านการผลิต การบริการ การค้าส่ง และการค้าปลีก ทั้งนี้ ต้องมีหลักฐานความเสียหายและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรายกรณี

“ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แม้กิจการจะอยู่นอกเขตประกาศภัย ก็ไม่ควรตัดโอกาสของตนเอง เพราะหลักเกณฑ์เปิดช่องให้พิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าเกณฑ์โครงการไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ ยังต้องผ่านการพิจารณาของสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด” นางสาวลลิดากล่าว

สำหรับผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้ประกอบการ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ครอบคลุมทั้งลูกหนี้เดิมและลูกหนี้รายใหม่ โดยบัญชีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) กำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย เมื่อรวมจากทุกสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ และพิจารณาตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

นางสาวลลิดาอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ธนาคารออมสินจะสนับสนุนเงินทุนแก่สถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้ SME โดยผู้ประกอบการที่กู้เงินจะได้รับอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 3.50 ต่อปีในปีที่ 1–2 และไม่เกินร้อยละ 5.00 ต่อปีในปีที่ 3–5 ส่วนกรณีที่มีระยะเวลาชำระเงินกู้เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไปให้เป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด จึงขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบรายละเอียดและวางแผนภาระชำระหนี้อย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ โครงการกำหนดกรอบระยะเวลายื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยผู้ประกอบการสามารถสอบถามธนาคารออมสินหรือสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อตรวจสอบวันเปิดรับคำขอ คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะหลักฐานความเสียหายสำหรับกิจการที่อยู่นอกเขตประกาศภัย หรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ธนาคารออมสิน สายด่วน 1115

“รัฐบาลมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ SME ที่ต้องการเงินทุนฟื้นฟูกิจการและรักษาการจ้างงาน พร้อมย้ำให้ผู้ประกอบการตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขอย่างครบถ้วน เพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็ว” นางสาวลลิดากล่าว

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *