นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ (SENA) เปิดเผยว่า ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดทำให้รายจ่ายค่าไฟฟ้าของคนไทยช่วงนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ( Ft) ภาพรวมในปี 2566 ได้ปรับขึ้นต่อเนื่องและงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.66)

ทั้งนี้ภายหลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)ได้ประกาศค่าไฟเฉลี่ยรวมไว้ที่ 4.77 บาทต่อหน่วยและอยู่ระหว่างทบทวนให้ลดต่ำลงอีก ซึ่งก็ยังคงทรงตัวในระดับสูง ดังนั้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาคครัวเรือน อาคาร โรงงานต่างๆ ในการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าที่แพงและช่วยลดภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตามบริษัทได้เริ่มบุกเบิกพลังงานโซลาร์ครบวงจรมากว่า 13 ปี ศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านโซลาร์ฯรายแรกของไทย ปัจจุบันเสนาติดตั้งโซลาร์ให้ลูกบ้านทุกโครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และพื้นที่บริเวณส่วนกลางของคอนโดมิเนียม รวมทั้งสิ้น 47 โครงการ รวมมากกว่า 1,000 ครัวเรือน คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มอยู่ 2 แห่ง อ.วังม่วง จ.สระบุรี และโครงการโทรลุ้ยริมน้ำ จ.นครปฐม รวม 46.5 เมกะวัตต์ โดยในปี 2566 นี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจพร้อมต่อยอดแนวคิดสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยอัจฉริยะสมาร์ทโฮม โดยใช้โมเดล SENA HHP ZERO ENERGY HOUSE (ZEH) หรือบ้านพลังงานเป็นศูนย์

ซึ่งได้โนวฮาวน์จากพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป มาประยุกต์และปรับใช้กับโครงการบ้านเสนา ตั้งแต่ออกแบบเลือกวัสดุอุปกรณ์ภายในให้มีการใช้พลังงานลดลงหรือใกล้ศูนย์มากสุด เพื่อรองรับกลไกตลาดในปัจจุบันและอนาคตที่ผู้บริโภคจะเลือกที่อยู่อาศัยรับกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ดังนั้น การพัฒนาโครงการจำเป็นต้องคำนึงต้นทุนการดำรงชีวิตที่ใช้บ้านมากกว่าที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

“โมเดล  ZEH ที่เรานำมาใช้ในโครงการบ้านเสนา โดยเริ่มจาก โครงการบ้านเดี่ยวย่านรามอินทรา กม.9 และบางนา-กม.29   คาดว่าจะเปิดตัวต้นไตรมาส 3 ของปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระการใช้พลังงานให้กับลูกบ้านของเสนาได้ไม่ต่ำกว่า 20% นอกจากนี้ ยังมีจัดทำแอพพลิเคชั่น SENA 360 เพื่อให้ลูกบ้านสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านมือถือ นับเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกบ้านมากยิ่งขึ้น” นางเกษรา กล่าว

สำหรับการพัฒนาโครงการที่เหมาะสมตามแนวทาง ZEH ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวิจัยพัฒนาแนวทางการลดพลังงานภายในที่อยู่อาศัยให้เป็นตามไปเป้าหมาย ขณะนี้การวิจัยมีความคืบหน้าต่อเนื่องในการสร้างบ้านต้นแบบ โดยการนำวัสดุชนิดต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน และการวางระบบการบริหารจัดการโครงการ เพื่อให้สามารถลดการใช้พลังงานภายในโครงการและบ้านที่อยู่อาศัย จากผลวิจัยแบ่งผู้ที่ใช้ไฟฟ้าออกเป็น 3 กลุ่มคือ

1.กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าสูง โดยบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House)ที่ติดโซลาร์ สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 55% เมื่อเทียบบ้านทั่วไป

2.กลุ่มที่ใช้ไฟปานกลาง บ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House) ที่ติดโซลาร์ สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 70% เมื่อเทียบบ้านทั่วไป

และ3.กลุ่มที่ใช้ไฟน้อย บ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy House) ที่ติดโซลาร์ สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ 90%  เมื่อเทียบบ้านทั่วไป อย่างไรก็ดีทางเสนาพร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนา เพื่อลดภาระการใช้พลังงานให้กับลูกบ้านได้ตามเป้าที่วางไว้

ทั้งนี้บริษัทได้วางเป้าหมายการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน โดยใช้หลักคิดว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากบ้าน  และเป็นสังคมที่เล็กที่สุดคือครอบครัว ดังนั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องวางโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาสภาพแวดล้อมให้เกิด Eco System ใหม่ เพื่อปลูกฝังให้คนทุกคนร่วมกันรักษ์โลกสู่เป้าหมายของคำว่าความยั่งยืน  (SUSTAINABILITY) ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญของเสนา ต้องคิดละเอียดกว่าและใส่ใจทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย  เพื่อมุ่งมั่งสู่ Net Zero Carbon Energy เพิ่มคุณภาพชีวิต และความยั่งยืนในทุกมิติของสังคม

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *