บลจ.ดาโอ มอง AI เมกะเทรนด์โลกยังโตต่อ เปิดตัว “DAOL-GTECHRMF”ลงทุนเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก พร้อมวางแผนเกษียณ

บลจ.ดาโอ มอง AI ยังเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เปิดตัว กองทุนเปิด ดาโอ โกลบอลเทคโนโลยี เพื่อการเลี้ยงชีพ (DAOL-GTECHRMF)” เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกผ่านการบริหารแบบ Active ในหุ้นกลุ่ม AI Enablers และ AI Beneficiaries พร้อมวางแผนลงทุนเกษียณ เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1–22 กันยายน 2569

นายอนุวัฒน์ อิ่มแสงรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ดาโอ จำกัด (บลจ.ดาโอ) เปิดเผยว่า เทคโนโลยี AI กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเติบโต จากการพัฒนาโมเดลที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และประมวลผลที่สูงขึ้น ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายมากขึ้น และพัฒนาไปสู่ Agentic AI ที่สามารถทำงานและแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้

การใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นยังสนับสนุนความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งชิปประมวลผล Cloud เครือข่าย และ Data Center โดย McKinsey ประเมินว่าในช่วงปี 2025–2030 จะมีความต้องการกำลังรองรับศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มขึ้นประมาณ 125 GW และต้องใช้เงินลงทุนรวมราว 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสะท้อนโอกาสการลงทุนที่กำลังกระจายไปยังบริษัทต่าง ๆ ในห่วงโซ่เทคโนโลยี

ขณะเดียวกัน Generative AI มีอัตราการยอมรับการใช้งาน (Adoption Rate) ประมาณ 55% ภายในเวลาเพียง 3 ปี เร็วกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 ปี และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ประมาณ 20 ปี สะท้อนถึงความรวดเร็วของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในรอบปัจจุบัน

บลจ.ดาโอ มองว่า AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องยังมีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาว และเป็นหนึ่งในธีมที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวควบคู่กับการวางแผนเกษียณล่าสุดเปิดตัว “กองทุนเปิด DAOL-GTECHRMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ”ระดับความเสี่ยง 7 (ความเสี่ยงสูง) เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1–22 กันยายน 2569 โดยมีนโยบายลงทุนใน Polar Capital Funds plc – Polar Capital Global Technology Fund, Class I (USD) เพียงกองทุนเดียว เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกผ่านการบริหารจัดการเชิงรุก (Active Management) โดยคัดเลือกหุ้นจากกว่า 4,000 บริษัท สู่พอร์ตประมาณ 60–85 บริษัท ที่มุ่งเน้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงบริษัทที่อยู่ในช่วง S-Curve Inflection ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างผลกำไรจากการเติบโต

ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุนโดยประมาณใน AI Enablers 75% (บริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเติบโตของ AI เช่น Semiconductor และ Cloud) และ AI Beneficiaries 15% (บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการนำ AI ไปประยุกต์ใช้) โดยมีหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ NVIDIA, Microsoft, Alphabet, TSMC, AMD และ Broadcom

“จากกระแสการเติบโตของ AI เมกะเทรนด์โลก DAOL-GTECHRMF จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวไปกับ AI และเทคโนโลยี ซึ่งกำลังขยายจากการพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง ด้วยการลงทุนผ่านกองทุนหลักที่บริหารแบบ Active และคัดเลือกบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ควบคู่กับการวางแผนเกษียณ และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” นายอนุวัฒน์ กล่าว

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *