สรุปสาระสำคัญ
.
เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. โดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่ได้รับแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลกและการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในไทย ขณะที่กิจกรรมในภาคท่องเที่ยวยังปรับลดลงสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับการบริโภคภาคเอกชนชะลอลงจากหมวดบริการ โดยยังมีแรงกดดันจากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง
.
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องตามแรงส่งจาก AI Cycle ของโลก ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้นจากทั้งการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจากมาตรการรัฐ อย่างไรก็ดี กิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวชะลอลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้
.
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นจากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันโลกหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อน
.
ประเด็นที่ต้องติดตาม 1) ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์โลก 2) พัฒนาการสงครามและนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศ 3) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และ 4) ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและเอลนีโญ
.
รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยมีดังนี้
.
เศรษฐกิจไทยเดือนกันยายนโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นมากจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ตามแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่เร่งขึ้นมากตามการนำเข้าอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน สำหรับภาคท่องเที่ยว รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามจำนวนวันพักที่นานขึ้น แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่อุปสงค์ลดลงภายหลังสิ้นสุดช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ประกอบกับต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ด้านการบริโภคภาคเอกชนชะลอลงจากหมวดบริการ โดยเฉพาะการใช้จ่ายด้านโรงแรมและร้านอาหาร สะท้อนการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวชะลอลง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวตามการเบิกจ่ายที่ลดลงของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ
.
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกภายหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานที่เพิ่มขึ้น
.
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ของโลก ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นทั้งจากการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นมากตามความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดสินค้าไม่คงทนและหมวดบริการที่ได้รับแรงสนับสนุนชั่วคราวจากมาตรการภาครัฐ รวมถึงหมวดสินค้าคงทนที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน ด้านกิจกรรมในภาคบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากภาคการค้าและขนส่งเป็นสำคัญ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการเบิกจ่ายของทั้งรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวชะลอลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลงจากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่อุปสงค์ลดลงจากต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังทรงตัวจากจำนวนวันพักที่นานขึ้น
.
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากไตรมาสก่อนจากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงชั่วคราว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้นตามราคาเนื้อสัตว์จากสภาพอากาศที่แปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลจากที่ขาดดุลในไตรมาสก่อนจากดุลการค้าเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงาน การจ้างงานในระบบประกันสังคมโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลของสงครามและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่สูง