GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เวสท์ แอ็บโซลูท จำกัด มูลค่าลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท ขยายธุรกิจจัดการขยะอุตสาหกรรม รองรับโรงไฟฟ้าขยะ 12 โครงการ ดีเดย์เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปีหน้า หวังเพิ่มความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและบริหารต้นทุนระยะยาว
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้ดำเนินการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมจำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 96 เมกะวัตต์ และโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม (Solid Recovered Fuel: SRF) จำนวน 3 โครงการ ภายใต้บริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (GWTE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100%
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้ง 12 โครงการ ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นระยะเวลา 20 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 GWTE ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เวสท์ แอ็บโซลูท จำกัด (WAC) ในสัดส่วน 100% แบ่งเป็นการซื้อหุ้นจากบริษัท ยูนิเวอร์แซล เวสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด สัดส่วน 51% และบริษัท เวิลด์ คอนเนอร์ เทรดดิ้ง จำกัด สัดส่วน 49% ส่งผลให้ WAC มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ GULF โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 400 ล้านบาท
สำหรับ WAC ประกอบธุรกิจบำบัดและกำจัดของเสียที่ไม่เป็นอันตรายด้วยวิธีฝังกลบอย่างถูกสุขอนามัย รวมถึงสนับสนุนการจัดหาและคัดเลือกขยะอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อป้อนให้แก่โรงงานผลิตเชื้อเพลิง SRF และโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัท
นอกจากนี้ WAC ยังสามารถรองรับการกำจัดเถ้า (Ash Disposal) ที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
GULF ระบุว่า การเข้าลงทุนใน WAC เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมห่วงโซ่การบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของเสียของกลุ่มบริษัท สร้างความมั่นคงด้านการจัดหาเชื้อเพลิง และสนับสนุนการบริหารต้นทุนของโครงการในระยะยาว
ทั้งนี้ การเข้าลงทุนดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการที่มีนัยสำคัญ แต่ไม่ถึงเกณฑ์ที่บริษัทต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ และไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน อย่างไรก็ตาม การเข้าลงทุนดังกล่าวเป็นการได้มาซึ่งเงินลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งส่งผลให้ WAC มีสถานะเป็นบริษัทย่อย บริษัทจึงมีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง