รายงานข่าวจาก   บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม  บัวหลวง  จำกัด   หรือ   BBLAM    เปิดเผยว่า    BBLAM   ออกกองทุนตราสารหนี้ใหม่  กองทุนเปิดบัวหลวงไดนามิก บอนด์ (B-DYNAMIC BOND) โดยจุดประสงค์ของกองทุนเพื่อหาโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก    อีกทั้งกองทุนนี้    BBLAM        ตั้งใจให้มีความยืดหยุ่นสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกลงทุน  โดยกองทุนนี้จะเปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 21–28 มีนาคม 2566

 

กองทุน  B-DYNAMIC  BOND  เป็นกองทุนตราสารหนี้  ประเภท  Fund  of  Funds    ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป และบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน   นอกจากนี้      กองทุน  B-DYNAMIC BOND  นี้  ถือเป็นการเติมเต็มทางเลือกให้แก่นักลงทุนตราสารหนี้ของ BBLAM  

 

สำหรับ จุดเด่น ที่ทำให้กองทุน B-DYNAMIC BOND เป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ “ยืดหยุ่น” และ “หาโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ” มากกว่ากองทุนตราสารหนี้อื่นๆ ที่ BBLAM เคยมี

 

จุดเด่นแรก   ได้แก่    การลงทุนที่ไม่ได้ผูกติดกับกองทุนกองใดกองหนึ่ง    การที่เป็นกองทุนประเภท   Fund of Funds   ทำให้ได้ประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนการลงทุนได้หลากหลายกองทุนมากกว่าในระดับหนึ่ง ช่วยให้ผู้จัดการกองทุนบริหารจัดการกองทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้มากกว่า

 

จุดเด่นที่สอง คือ กองทุน B-DYNAMIC BOND กระจายลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลายมากกว่าในหลายมิติ  เพราะนอกจากกองทุนจะมี  Core Port  ที่เปิดโอกาสหาผลตอบแทนจากตราสารหนี้ต่างประเทศหลากหลายประเภทแล้ว     ยังเปิดทางให้ผู้จัดการกองทุนเพิ่มสัดส่วนลงทุนในตลาดตราสารหนี้ประเทศอื่นๆ  มากขึ้น    เช่น ตราสารหนี้ในกลุ่ม Emerging Market หรือตราสารหนี้ที่รับมือกับเงินเฟ้อ เป็นต้น

จาก   2  จุดเด่นข้างต้น   ผู้จัดการกองทุนวางกลยุทธ์บริหารกองทุน  B-DYNAMIC BOND  แบบ “1 กองทุน กับ 3 พอร์ต”      โดยพอร์ตแรกจะเรียก   Core Port   ซึ่งจะมีการลงทุนไม่น้อยกว่า 70%  ของขนาดกองทุน โดยคาดว่าจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ PIMCO GIS Global Bond Fund ซึ่งบริหารจัดการโดย PIMCO การที่เลือกกองทุนดังกล่าว เพราะมีนโยบายสอดรับกับการกระจายลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ      Investment Grade  ในสกุลเงินหลักของโลกเป็นหลัก พอร์ตที่สองจะเรียกว่า Satellite Port ซึ่งจะมีสัดส่วนลงทุนรวมกันไม่เกิน 30% ของขนาดกองทุน พอร์ตนี้เป็นพอร์ตที่ทางผู้จัดการไว้หาโอกาสลงทุน   โดยเบื้องต้นมองไปใน   เรื่อง ได้แก่   โอกาสจากสหรัฐฯ (U.S. Outlook)    จีน  (China Bond),   ตราสารหนี้  High  Yield   และตราสารลงทุนประเภท  Inflation  Hedge  เป็นต้น ส่วนพอร์ตสุดท้ายเป็นการหาตราสารลงทุน   เพื่อให้สามารถบริหาร  Duration  ของพอร์ตให้เหมาะสมกับการขึ้นลงของดอกเบี้ย  ลดผลกระทบเมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น เป็นต้น

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *