นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนพฤษภาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 20-31 พฤษภาคม 2569)  พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 163.65 นักลงทุนมองว่าแนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ รองลงมาคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

 

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (สิงหาคม 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ที่ระดับ 65
  • ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)
  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ แนวโน้มการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การถดถอยของสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

 

            ผลสำรวจ ณ เดือนพฤษภาคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนทุกกลุ่มปรับเพิ่ม โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 34.4% อยู่ที่ระดับ 120.95 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 28.6% อยู่ที่ระดับ 128.57 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 36.4% อยู่ที่ระดับ 150.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 50.0% อยู่ที่ระดับ 200.00

 

ในเดือนพฤษภาคม 2569 SET Index ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากปัจจัยต่างประเทศที่นักลงทุนคาดหวังว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีหลังเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลง รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลกและกระแสเงินทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่บางส่วน  อีกทั้งการผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าและมาตรการภาษีระหว่างสหรัฐกับจีน ในขณะที่ได้รับแรงหนุนในประเทศทั้งจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 2.1% (จากเดิม 1.5%) และมุมมองของ Moody’s ที่ประเมินว่าไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความพร้อมรับมือต่อภาวะทางเศรษฐกิจได้ดี ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศเป็นอย่างมาก โดย SET Index ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ปิดที่ 1,568.37 ปรับตัวเพิ่ม 5.00% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 66,479 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 3,366 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 20,004 ล้านบาท

 

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ผลการเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การประชุม Fed ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยเพราะจะมีผลต่อ Fund Flow ในตลาดเกิดใหม่โดยตรง  รวมถึงทิศทางเศรษฐกิจจีนที่ยังมีผลต่อการส่งออกและภาคสินค้าโภคภัณฑ์ของไทย ส่วนปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การเบิกจ่ายงบประมาณครึ่งปีหลังโดยเฉพาะจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท  การปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนหลังผ่านฤดูกาลประกาศงบไตรมาสแรก และผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 เตรียมขึ้นภาษี 60 เขตเศรษฐกิจ โดยเตรียมเสนอเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจากสินค้าส่งออกไทยทุกประเภท”

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *