บล. ไพน์ เวลท์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วย AUA 1.8 หมื่นล้านในปี 68 พร้อมส่งมอบบริการยุคใหม่ผ่านโปรแกรม AI อัจฉริยะ ที่ช่วยวิเคราะห์ Multi-Asset ได้ทันทุกเหตุการณ์ มั่นใจในการลงทุน (Secure Your Wealth) และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบ Operation หลังบ้าน เพื่อประสบการณ์ที่ง่าย สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า พร้อมเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การลงทุนผ่าน Structured Note ที่คัดสรรมาอย่างดี ในช่วงต้นปี 69
.
นายพงศกร พูนพิเชฐธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สินทรัพย์ภายใต้การให้คำแนะนำ (AUA) ของปี 68 อยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท จากแผนการขยายทีมที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล (Private Wealth) ควบคู่ไปกับแผนการ Upselling ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย โดยทางบล.ไพน์ เวลท์ ยังคงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาออกแบบกลยุทธ์การลงทุนเฉพาะบุคคลให้แก่ลูกค้าแต่ละรายตามวัตถุประสงค์การลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Personalize Portfolio Management)
.
“เรายังคงแนวคิด One-Stop Financial Service ให้กับนักลงทุน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล (Private Wealth) เพื่อช่วยแนะนำการลงทุนให้เหมาะกับนักลงทุนตามสถานการณ์เศรษฐกิจแบบ Asset Allocation บนโมเดล Open Architecture ในการลงทุนระยะกลางถึงยาว ร่วมกับการลงทุนแบบจับจังหวะตลาดให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของลูกค้า และตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา บล.ไพน์ เวลท์ ได้พัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยี AI เราเริ่มต้นจากการพัฒนา โปรแกรม AI-Powered Multi-Asset Investment Intelligence เป็นการพัฒนาระบบภายในควบคู่ไปกับทีมกลยุทธ์การลงทุนของเรา โปรแกรมนี้ นำเสนอทั้งด้าน Technical & Fundamental Outlook ที่ผ่านมาผมเลือกนำร่องโปรแกรมนี้ สำหรับที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล (Private Wealth) ของเราก่อน และคาดว่าภายในปีหน้า บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จะนำเทคโนโลยี ด้าน AI เข้ามา Full System ภายในบริษัท เพื่อเป็นเครื่องมือพิเศษที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมที่ปรึกษาทางการเงิน (Private Wealth) ของบริษัทในการดูแล ให้บริการและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของบริษัท คือ การช่วยให้ลูกค้ามีเวลาเพื่อไปใช้กับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ธุรกิจ หรือสุขภาพของลูกค้าเองให้ได้มากที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความั่งคั่งและมั่นคงทางการเงินอีกต่อไป (Secure Your Wealth, Liberate Your Time) และในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งเน้นการสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่น (Resilient Portfolio)” นายพงศกร กล่าว
.
อย่างไรก็ดี ในแง่ของการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย บล. ไพน์ เวลท์ ได้ร่วมมือกับ บลจ. พันธมิตร เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Structured Note ในช่วงไตรมาส 1/2569 ซึ่งออกแบบมาเพื่อจับจังหวะตลาด (Capture Moment) และสร้างโอกาสทำกำไรให้กับลูกค้าได้ในทุกสภาวะ แม้ในช่วงตลาดขาลง
.
นายปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยถึงมุมมองการลงทุนว่า ภาพการลงทุนของปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายสูงหลังการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นทั่วโลกตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตามกระแสการลงทุนและพัฒนา AI รวมถึงดอกเบี้ยนโยบายที่เป็นขาลง ซึ่งหากจะให้อธิบายฉากทัศน์การลงทุนด้วยประโยคหนึ่งที่สามารถอธิบายประเด็นนี้อย่างครบถ้วนคือ “Normalization After the AI Hype and Rate Easing” โดยตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2026 แม้จะยังอยู่บนแนวโน้มขาขึ้นแต่การปรับตัวขึ้นต่ออาจเป็นการแกว่งตัวในกรอบหรือปรับตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะราคาหุ้นในปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้วในขณะที่ระดับการประเมินมูลค่ามีความตึงตัว
.
ในระยะถัดไปนักลงทุน “คาดหวัง” กับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีระดับการเติบโตของกำไรที่สูงอย่างต่อเนื่องจากความเคยชินที่ได้เห็นผลประกอบการของกลุ่มดังกล่าวรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้ามบนระดับ Valuation ที่ตึงตัวในปัจจุบันนักลงทุนก็พร้อมที่จะขายทำกำไรเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนลงอย่างน้อยก็ในระยะสั้นเมื่อเผชิญกับ “ความไม่แน่นอน” ต่างๆ ทั้งจากปัจจัยเฉพาะตัวรายบริษัท-อุตสาหกรรมและปัจจัยภายนอกที่มาจากความเสี่ยงเชิงนโยบายตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เบื้องต้น
.
“ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนในประเด็นที่เป็นความเสี่ยงของอุตสาหกรรม AI-Semiconductor ได้แก่ ผลประกอบการ ORACLE บริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ผู้ให้บริการระบบข้อมูลและซอฟต์แวร์ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนา AI มีผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย โดยบริษัทมีระดับของงบประมาณด้านการลงทุน (Capex) และหนี้สินระยะยาวสูงแต่อาจจะมีการรับรู้รายได้ในอนาคตล่าช้ากว่าที่นักลงทุนเคยประเมิน ความเสี่ยงดังกล่าวนำไปสู่การ Selloff อย่างรุนแรงใน 1 วันทำการ และอีกกรณีหนึ่งคือการประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Broadcom หนึ่งในบริษัทกลุ่ม Semiconductor ขนาดใหญ่ โดยผู้บริหารมีการให้ Guidance ทิศทางของระดับกำไร (Margin) ในอนาคตว่ามีแนวโน้มลดลงบนโครงสร้างของรายรวมที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้ราคาหุ้นเผชิญกับแรงขายที่รุนแรงในระยะสั้นเช่นกัน สิ่งเหล่าสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการลงทุนด้าน AI ในปัจจุบันว่าเป็นการลงทุนที่มากเกินไปหรือไม่และระดับ Valuation ของหุ้นมีความเหมาะสมสอดคล้องกับการเติบโตในปัจจุบันและอนาคตมากน้อยแค่ไหน” นายปิยะทัศน์กล่าว
.
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นในปีหน้า ยังมีแนวโน้มที่รักษาทิศทางขาขึ้นได้ต่อ แต่การปรับตัวขึ้นอาจไม่ร้อนแรงเหมือนในช่วงที่ผ่านมา และมีโอกาสสูงที่จะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในสหรัฐฯ – กลุ่มเทคโนโลยีเหมือนเดิม นักลงทุนเริ่มมองหาตลาดหุ้น-สินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ ที่เป็นทางเลือกมากขึ้น ในมุมมองของ Pine Wealth Solution การลงทุนในหุ้นควรพิจารณากระจายการลงทุนมายังภูมิภาคเอเชียและกลุ่ม Emerging Market ซึ่งมีระดับของ Valuation ที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับหุ้นสหรัฐฯ ส่วนในกลุ่ม Development Market อาจพิจารณากระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แต่มีระดับราคาที่ถูกกว่าเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์กับหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นต่ำเป็นแนวทางหลักที่เราได้สื่อสารและปฏิบัติจริงเสมอมา นอกจากกลยุทธ์การกระจายการลงทุนที่เราได้กล่าวไปข้างต้น ทีม Investment Product & Strategy ยังคงมองหาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์การลงทุนของลูกค้า ซึ่งมีความต้องการที่หลากหลายและมีวัตถุประสงค์การลงทุนที่ต่างกัน ดังนั้น บนการประยุกต์ใช้กลยุทธ์และรูปแบบของคำแนะนำเรายังคงมองหา “Alpha” ในการลงทุน ขณะเดียวกันเราได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงหรือ Risk Management โดยเราพร้อมที่จะเปิดกว้างในการเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินทั้งในไทยและต่างประเทศเพื่อออกแบบการลงทุนที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าและสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *