นายพรชลิต  พลอยกระจ่าง   รองกรรมการผู้จัดการ   Head  of  Real  Estate  Infrastructure  Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม  บัวหลวง จำกัด   หรือ   BBLAM    เปิดเผยว่า  กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เตรียมจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องครั้งที่ 32 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.23 บาท คิดเป็นเงินปันผลที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น    1,840.00   ล้านบาท         โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 7 มีนาคม 2566  เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล    ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 20 มีนาคม 2566  เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน  JASIF  จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 32 นี้  กองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 7.21 บาทต่อหน่วยลงทุน ขณะเดียวกันมีการจ่ายเงินลดทุนไปแล้วทั้งหมด ครั้ง รวมเป็นเงิน 0.1484 บาทต่อหน่วยลงทุน

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน    JASIF  ในปี  2565   กองทุนมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 8,850.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  1.38%  จากปี  2564   ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน   5,200.09  ล้านบาท ลดลง 642.37% จากปีก่อน และมีการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน 3,650.40 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงลดลง 54.54% จากปีก่อน

 

ทั้งนี้      สำหรับไตรมาสที่  ปี  2565  กองทุนมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ  2,209.08 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 0.29% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน    มีผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 3,000.07 ล้านบาท  ซึ่งเกิดจากในเดือนธันวาคม    2565    กองทุนได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระให้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง   ได้มูลค่ายุติธรรมใหม่เท่ากับ 94,800.00 ล้านบาท กองทุนจึงรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนจากการประเมินมูลค่าเงินลงทุนดังกล่าวจำนวน 3,000.00 ล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานลดลง เท่ากับ 790.99 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงลดลง 131.61% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ ลดลง 155.89% จากไตรมาสก่อน

สินทรัพย์รวมของกองทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีจำนวน 99,493.18 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง 94,800.00 ล้านบาท เงินลงทุนในหลักทรัพย์และเงินฝากธนาคาร 4,681.35 ล้านบาท และสินทรัพย์อื่น 11.83 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมมีจำนวน 14,346.34 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ (NAV)  ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 เท่ากับ 85,146.84 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.6433 บาทต่อหน่วย

BBLAM เสนอขาย IPO ‘กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 4/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BP4/23 (AI) ซึ่งเป็นเทอมฟันด์ อายุ 6 เดือน วันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม 

รายงานข่าวจาก  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด  หรือ  BBLAM  เปิดเผยว่า BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPOกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 4/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย  หรือ BP4/23 (AI)  ระหว่างวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2566 นี้  ประมาณการผลตอบแทน 1.30% ต่อปี โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย  และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท             

กองทุนนี้ เป็นกองทุนที่มีกำหนดอายุโครงการ (เทอมฟันด์) ประมาณ 6 เดือน   จะระดมเงินจากผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้มีเงินลงทุนสูง ซึ่งเป็นผู้ลงทุนที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ เพื่อแสวงหาโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ BP4/23 (AI) จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นการลงทุนในต่างประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินต้นและดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับทั้งหมด (Fully Hedge

ตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนนี้เข้าไปลงทุนได้   ประกอบด้วย   ตราสารหนี้ภาครัฐ   หรือรัฐวิสาหกิจ   สถาบันการเงิน   รวมถึงตราสารหนี้ภาคเอกชน   และตราสารหนี้อื่นๆ ที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยต้องรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ณ วันที่ลงทุน อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ หรือ Investment  Grade ทั้งยังสามารถลงทุนในเงินฝากต่างประเทศได้ นอกจากนี้อาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ BP4/23 (AI)  ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนกองทุนนี้ เป็นการรับซื้อคืนโดยอัตโนมัติ ครั้ง ภายในวันทำการก่อนวันครบกำหนดอายุโครงการ โดยบริษัทจัดการจะประกาศวันที่รับซื้อคืนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนทราบ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่จดทะเบียนกองทุน ขณะที่การจ่ายเงินคืนเมื่อครบอายุกองทุน  จะจ่าย 1 ครั้ง    ภายในวันที่เลิกกองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่อในทะเบียน   ณ  วันเลิกกองทุน  ตามวิธีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งไว้ในใบคำขอเปิดบัญชี  (โอนเข้าบัญชี / เช็ค)   โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ไว้ได้ว่า        เมื่อกองเทอมฟันด์ครบอายุ     ให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี  (B-TNTV) หรือกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *