ttb analytics คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 ยังโตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศนำโดยภาคท่องเที่ยวและภาคเกษตร ชี้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ายังคงพุ่งแรง ห่วงค่าครองชีพและหนี้ภาคครัวเรือนสูง
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดว่า ปี 2566 ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ 9.3 แสนคัน ปรับเพิ่มขึ้น 8.1% จากปี 2565 ที่ประเมินว่ายอดขายจะอยู่ที่ 8.6 แสนคัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว การเปิดประเทศทำให้การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ภาคเกษตรยังเติบโตต่อเนื่อง ชี้ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจะกระตุ้นความต้องการด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคพุ่งขึ้น แต่ยังห่วงปัจจัยฉุดรั้ง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นและหนี้ภาคครัวเรือนสูงที่ต้องติดตาม
ทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวกลับเข้ามาสู่ระดับปกติอีกครั้ง ภายหลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2564 ที่ยอดขายหดตัว -21.4% และ -4.0% ตามลำดับ โดยในช่วงเดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ยอดขายรถยนต์สะสมอยู่698,305 แสนคัน หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 16.0% โดยรถยนต์พาณิชย์ขยาย 21.4%
ในขณะที่รถยนต์นั่งขยายตัว 9.0% เหตุจากการบริโภคภายในประเทศที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว ประกอบกับการเปิดประเทศ ทำให้ภาคท่องเที่ยวกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ttb analytics คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2565 ยอดขายรถยนต์จะเร่งขึ้น จากการกระตุ้นยอดขายจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โปช่วงสิ้นปี ทำให้คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2565 จะอยู่ที่ 8.6 แสนคัน หรือ ปรับเพิ่มขึ้น 13.3%
ปี 2566 คาดยอดขายรถยนต์เติบโตต่อเนื่องจับตารถยนต์ไฟฟ้า…ยังพุ่งแรง…
ttb analytics คาดว่าปี 2566 ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ 9.3 แสนคัน หรือ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 8.1% โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก
สำหรับแนวโน้มประเภทรถยนต์ในปี 2566 รถยนต์นั่งและรถยนต์เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.1% และ 7.4% จากปี 2565 ที่ขยายตัว6.2% และ 18.9% ตามลำดับ โดยรถยนต์เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่องโดยได้รับอานิสงส์จากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและภาคเกษตรที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ในขณะที่รถยนต์นั่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าประเมินว่าจะขยายตัวสูงขึ้นคิดเป็นสัดส่วน 12%ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในประเทศของปี 2566 จากที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 9.7% ในปี 2565 เนื่องจากตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความประหยัด รวมถึงมาตรการของรัฐในการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ทำให้หลายค่ายรถยนต์ทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ออกมาจำหน่ายมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ราคารถยนต์ไฟฟ้าลดลงอันเป็นผลมาจากมาตรการของรัฐ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึงได้
เมื่อพิจารณาแนวโน้มยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 ในเชิงพื้นที่ คาดว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และภาคส่งออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะทรงตัวตามแนวโน้มการเติบโตของภาคเกษตร ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ที่แนวโน้มราคาทรงตัวในระดับสูงและผลผลิตดีขึ้นจากการมีแหล่งน้ำเพียงพอ
สำหรับภาคใต้ยังต้องระมัดระวังด้านกำลังซื้อ เนื่องจากราคาพืชเกษตรหลักปรับลดลง ได้แก่ ยางพารา โดยมีการปรับลดลงเนื่องจากความต้องการยางพาราที่จะนำไปผลิตยางล้อรถยนต์ลดลงตามการชะลอตัวของยอดขายรถยนต์ของโลกอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอย (Recession) นอกจากนี้ยังมีปาล์มน้ำมันที่ปรับราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตในประเทศปรับเพิ่มขึ้น และผู้ผลิตรายใหญ่มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กลับมาเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เป็นปกติ
ปัจจัยเสี่ยงค่าครองชีพ และหนี้ภาคครัวเรือนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ความเสี่ยงของยอดขายรถยนต์ในประเทศในปี 2566 ประกอบด้วย