ซีแพนเนล อานิสงส์เปิดประเทศ หนุนตลาดอสังหาทรัพย์ฟื้นตัว พร้อมโชว์แผนปี 66 ชูกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า เพิ่มกำลังการผลิต หวังทำผลงานทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมตั้งเป้ามีรายได้เติบโต 10-15%
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 มองว่าเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นจำนวนการก่อสร้างโครงการใหม่ในทำเล กทม.และปริมณฑลยังคงเติบโต โดยเฉพาะโครงการในระดับกลาง-บน ส่วนอาคารชุด คอนโดมิเนียม คาดว่าจะได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการที่ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมองว่าผู้ประกอบการรายได้จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กจะเหนื่อย เนื่องจากผลกระทบเศรษฐกิจมีภาวะถดถอย
ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 3.4% เป็นผลมาจากการประเทศ ทำให้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลเกิดรายได้เข้ามาสู่ภายในประเทศมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในปี 2566 นี้ จะมีจำนวนนักท่องเทียวเดินทางมาท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านคน หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 10.3 ล้านคน ขณะเดียวกันยังมีผลดีที่นักท่องเที่ยวจีนมาเพิ่มมากขึ้น คือจะเป็นการสร้างโอกาสในการซื้อสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยด้วย
ขณะเดียวกันจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศ พม่า ไต้หวัน และยุโรปบางประเทศ สนับสนุนให้ไทยเหมาะที่จะเป็นบ้านหลังที่สอง การกระจายฐานการผลิต และการลงทุน ส่งผลให้มีประชากรในพื้นที่ อีอีซี เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมามีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จาก 12% เป็น 15% และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนือง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทเชื่อว่าไทยจะได้รับปัจจัยเชิงบวกจากจีนค่อนข้างมากโดยเฉพาะในอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว รวมถึงความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการที่ถูกอั้นไว้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลให้การแข่งขันของผู้ประกอบการสูงขึ้น
ทางด้านแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 นี้ บริษัทมีแผนธุรกิจโดยการมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยานฐานลูกค้า พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต ตั้งเป้าหมายผลประกอบการทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีรายได้เติบโต 10-15% พร้อมรักษาความสามารถการทำกำไรจากการดำเนินงาน ในส่วนของแผนขยายฐานลูกค้าภาคอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองใหญ่ ทั้งแนวราบ แนวสูง อาทิ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงลูกค้ากลุ่มโรงแรม และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ และภาคท่องเที่ยว
ทั้งนี้บริษัทวางแผนลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 25% โดยมีงบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนในการสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ด้วยงบลงทุน 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 67 ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 โรงมีกำลังการผลิตรวมกันกว่าอยู่ที่ 900,000 ตร.ม. จากเดิมที่มีกำลังการผลิตที่ 792,000 ตร.ม. ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ  1,295 ล้านบาท ทยอยรับรู้ภายในปี 2566- 2567 นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 1 บริษัทอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาจากลูกค้า 3 ราย มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 2 ราย แนวสูง 1 ราย

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *